AI ฟีเวอร์ ดันยอดนำเข้าจีนพุ่ง 5% จ่อแซงส่งออกครั้งแรกในรอบ 5 ปี

รูป AI ฟีเวอร์ ดันยอดนำเข้าจีนพุ่ง 5% จ่อแซงส่งออกครั้งแรกในรอบ 5 ปี

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 เม.ย. 69 9:06: น.


นักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มประมาณการแนวโน้มการนำเข้าของจีนปีนี้ เป็นโต 5% จ่อแซงส่งออกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี รับลงทุน AI หนุนอุปสงค์ การใช้จ่าย และการผลิตในประเทศ แม้บริโภคจะยังชะลอตัว


ผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์โดยบลูมเบิร์กในเดือนนี้ระบุว่า การที่บริษัทจีนกว้านซื้อชิปขั้นสูงสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้การนำเข้ามีแนวโน้มพุ่งขึ้นสู่ระดับ 5% ซึ่งจะเป็นการขยายตัวสูงสุดนับจากปี 2021 และสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมี.ค. กว่าสองเท่า


ขณะที่การส่งออกถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.9% จากเดิมที่ 3.6% ส่งผลให้จีนมีแนวโน้มเกินดุลการค้าสินค้าอยู่ที่กว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าระดับในปี 2025 เพียงเล็กน้อย หลังจากเติบโตอย่างก้าวกระโดดติดต่อกันสองปี


จีนเผชิญแรงต้านจากต่างประเทศเนื่องจากสินค้าจีนไหลทะลักเข้าสู่ตลาดโลกนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลตอบโต้ด้วยการให้คำมั่นว่าจะเปิดตลาดรองรับสินค้าจากต่างประเทศ และเริ่มดำเนินนโยบายเชิงรุกทีละขั้นตอน เช่น การยกเลิกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับผู้ส่งออกสินค้าบางประเภท อาทิ โซลาร์เซลล์ อย่างไรก็ตาม ความต้องการของจีนที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เกี่ยวข้องกับ AI คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การนำเข้าขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่การบริโภคในประเทศยังคงอ่อนแอและฉุดอุปสงค์โดยรวม


เซเรน่า โจว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Mizuho Securities ระบุว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าการเกินดุลการค้าจำนวนมหาศาลนั้นไม่ยั่งยืนในระยะยาว แม้จะคาดการณ์ว่า การนำเข้าจะเติบโตถึง 7.5% ในปีนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนนโยบาย แต่ยอดส่งออกจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของอุปสงค์ภายในประเทศในขณะนี้


ราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้นยังมีส่วนสำคัญ โดยมูลค่าการนำเข้าแผงวงจรรวมของจีนทะยานขึ้น 54% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของการเติบโตทั้งหมด แม้ว่า ปริมาณการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นเพียง 14% ตามการประเมินของ Pantheon Macroeconomics


กระแสการลงทุนด้าน AI ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าในเอเชียตลอดปีที่ผ่านมา


ที่มา Bloomberg




แท็กที่เกี่ยวข้อง