หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย ขณะสหรัฐฯ-อิหร่านยังตึงเครียด

รูป หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย ขณะสหรัฐฯ-อิหร่านยังตึงเครียด

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 เม.ย. 69 6:21: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (20 เม.ย.) โดยดัชนีหลักทั้งสามย่อตัวลงหลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกันสามสัปดาห์ เนื่องจากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสร้างความกังวลต่อข้อตกลงหยุดยิงที่ประกาศใช้เป็นเวลาสองสัปดาห์

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,442.56 จุด ลดลง 4.87 จุด (-0.01%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,109.14 จุด ลดลง 16.92 จุด (-0.24%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 24,404.39 จุด ลดลง 64.09 จุด (-0.26%)

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่านกำลังพิจารณาเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ในปากีสถาน ภายหลังจากที่รัฐบาลปากีสถานดำเนินการเพื่อยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ยังคงอยู่ในสหรัฐฯ และปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า เขากำลังเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อร่วมการเจรจา

อิหร่านได้เปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดพุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้สั่งให้ปิดเส้นทางเดินเรือแห่งนี้อีกครั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนี CBOE Volatility หรือ VIX ซึ่งเป็นดัชนีวัดความกังวลของวอลล์สตรีท ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากลดลงต่อเนื่องในช่วง 8 วันทำการที่ผ่านมา โดยล่าสุดขยับขึ้น 1.37 จุด มาอยู่ที่ 18.85 หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ระดับ 19.99

ทอม เฮนลิน นักยุทธศาสตร์การลงทุนจาก U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า กระแสข่าวช่วงสุดสัปดาห์เกี่ยวกับการกลับมาปิดช่องแคบหรือการเข้ายึดเรือของอิหร่าน ทำให้ความหวังว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบนั้นห่างไกลออกไปบ้าง แต่ไม่น่าจะทอดยาวออกไป เพราะอย่างน้อย ๆ ก็มีการเจรจาเกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกลุ่มธนาคารยังบ่งชี้ว่าสินเชื่อผู้บริโภคและการใช้จ่ายยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตาในช่วงฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินผลกระทบของสงครามอิหร่าน ที่มีต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยมีบริษัทอย่าง Lockheed Martin และ IBM ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ขณะที่ฝั่ง Magnificent Seven บริษัท Tesla จะเป็นบริษัทแรกที่เริ่มรายงานผลประกอบการในวันพุธ

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในจำนวน 48 บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการนับจนถึงเช้าวันศุกร์ พบว่า 87.5% ทำผลงานสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรในไตรมาสแรกอยู่ที่ 14.4%

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P 500 ขยับขึ้น 0.21% ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6.87% ปิดที่ 89.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

- หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด โดยหุ้น Meta ลดลง 2.56% หลังบวกติดต่อกัน 9 วัน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2025

- หุ้น Netflix ลดลง 2.55% โดยราคาหุ้นร่วงลงไปแล้วประมาณ 12% นับตั้งแต่การประกาศผลประกอบการรายไตรมาสและการลาออกของ รีด ฮาสติงส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

- หุ้น QXO บริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง ลดลง 3.12% หลังจากบรรลุข้อตกลงมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อกิจการ TopBuild ผู้จัดจำหน่ายและติดตั้งผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่งผลให้หุ้นของ TopBuild พุ่งขึ้นถึง 19.38%

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 16,420 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,540 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.08 ต่อ 1 หุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นแนสแดคมีสัดส่วนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 1.01 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 44 ตัว และไม่มีหุ้นทำจุดต่ำสุดใหม่ ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 173 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 42 ตัว

ที่มา Reuters



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย