การขาดแคลนเชื้อเพลิงเจ็ตทั่วโลกกำลังกดดันสายการบินในยุโรปและเอเชียก่อนฤดูร้อน หลังความตึงเครียดในอิหร่านกระทบเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอรมุซ ทำให้ซัพพลายเชื้อเพลิงเจ็ตและเคโรซีนตึงตัว ราคาน้ำมันเจ็ตในยุโรปพุ่งขึ้นแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงต้นทุนเดินทางที่สูงขึ้นในหลายภูมิภาค
เชื้อเพลิงเจ็ตขาดแคลนเพราะอะไร
สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านกำลังส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชื้อเพลิงเจ็ตทั่วโลก ซึ่งอาจกลายเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับการเดินทางในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะในซีกโลกเหนือ การหยุดชะงักในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอรมุซทำให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียลดน้อยลง รวมถึงการผลิตเชื้อเพลิงเจ็ตและส่วนผสมหลักอย่างเคโรซีน ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตมากกว่า 10% ของผลผลิตน้ำมันเจ็ตโลก
ราคาน้ำมันเจ็ตเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบตั้งแต่เริ่มสงคราม ส่งผลให้ราคาในยุโรปสูงขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สายการบินหลายแห่งเริ่มเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และบางส่วนต้องยกเลิกเที่ยวบินแล้ว
ผลกระทบต่อสายการบินและซัพพลายในยุโรป-เอเชีย
ผลกระทบจากการขาดแคลนเชื้อเพลิงเจ็ตไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งราคา แต่ยังลามไปถึงแผนการบินและโครงสร้างซัพพลายของอุตสาหกรรม การยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและการขาดแคลน อาจนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมในอนาคต หากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
ในเอเชีย ผลกระทบค่อนข้างหนัก เพราะหลายประเทศมักนำเข้าส่วนใหญ่ของน้ำมันดิบที่ส่งผ่านช่องแคบฮอรมุซ คาดว่าการผลิตน้ำมันเจ็ตและเคโรซีนของโรงกลั่นในเอเชียจะลดลงเหลือ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนเมษายน ลดลงกว่า 500,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือนกุมภาพันธ์
ยุโรปเองก็เผชิญปัญหาเพิ่มเติมจากการปิดโรงกลั่นที่มีอยู่เพื่อแข่งขันกับโรงกลั่นขนาดใหญ่ในเอเชีย โดยประมาณ 40% ของน้ำมันเจ็ตในสหภาพยุโรปเป็นการนำเข้า และครึ่งหนึ่งมาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ทำให้ซัพพลายเชื้อเพลิงเจ็ตในยุโรปอ่อนไหวต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น
มุมมองต่ออุตสาหกรรมและนักลงทุน
สายการบินในประเทศที่พึ่งพาน้ำมันเจ็ตที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจเผชิญสถานการณ์เดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อราคาโปรแกรมการบินภายในประเทศ และทำให้บริษัทรายย่อยต้องหาทางรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับนักลงทุน ผู้เขียนระบุว่าอาจเห็นโอกาสในตลาดทองคำและสินทรัพย์ทางเลือกจากราคาน้ำมันเจ็ตที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นจึงควรพิจารณาปรับพอร์ตให้มีสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อรับมือความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดพลังงานและการเดินทาง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
- ติดตามการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอรมุซและผลต่อการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
- ติดตามระดับราคาน้ำมันเจ็ตในยุโรปและการผลิตของโรงกลั่นในเอเชียในเดือนถัดไป
- ติดตามความเสี่ยงการยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมและผลกระทบต่อราคาโปรแกรมการบินภายในประเทศ
มุมมองการลงทุนและเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการติดตามกลุ่มธุรกิจที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานและต้นทุนเดินทาง สามารถดูภาพรวมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสายการบิน พลังงาน และสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากความผันผวนของราคาน้ำมันได้ผ่านเครื่องมือคัดกรองที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามปัจจัยเศรษฐกิจและปฏิทินเหตุการณ์ตลาดเพื่อประเมินแรงกระแทกต่อพอร์ตอย่างใกล้ชิด
ประเด็นนี้ยังสะท้อนว่าการขาดแคลนเชื้อเพลิงเจ็ตไม่ใช่เพียงปัญหาของอุตสาหกรรมการบิน แต่ยังเชื่อมโยงกับราคาพลังงาน โลจิสติกส์ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบต่อการเดินทางช่วงฤดูร้อนและต้นทุนของผู้ประกอบการในหลายภูมิภาค
ที่มา Bloomberg