สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 8:15: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.67%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.43 ดอลลาร์ หรือ 3.48%

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นราว 3% ในวันพุธ (22 เม.ย.) หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นลดลงเกินคาด รวมถึงรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าอย่างน้อยสามลำในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

*** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้เคลื่อนไหวแดนบวก ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงรายงานผลประกอบการที่สดใสยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนบรรยากาศการลงทุน

  • ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.33% ขณะที่ดัชนี Kosdaq เพิ่มขึ้น 0.58% โดยยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาสแรกปีนี้ที่ขยายตัวเกินความคาดหมาย และนับเป็นการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2020
  • ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.40% ส่วนดัชนี Topix ขยับลง 0.16%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.56%
  • ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงล่วงหน้าอยู่ที่ระดับ 26,169 จุด เมื่อเทียบกับดัชนีที่ปิดตลาดครั้งก่อนที่ 26,163.24 จุด โดยนักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยข้อมูลอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมี.ค.

 

*** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พันธมิตรหลายประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียและในเอเชีย ได้ยื่นเรื่องขอจัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Swap Lines) กับสหรัฐฯ โดยเบสเซนต์ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของข้อตกลงดังกล่าวที่จะช่วยสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อในสกุลเงินดอลลาร์ในต่างประเทศ และรักษาความเป็นระเบียบในตลาดเงินสกุลดอลลาร์

 

*** อาทิตยา ภาวี นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America ได้ออกมาเตือนเมื่อวันพุธว่า การปรับเกณฑ์วัดอัตราเงินเฟ้อใหม่ ซึ่งเควิน วอร์ช ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เสนอนั้น อาจไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังไว้ โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนเปลี่ยนผ่านระบอบการบริหารที่วอร์ชได้ให้คำมั่นไว้ในระหว่างแสดงวิสัยทัศน์

ปัจจุบัน เฟดให้ความสำคัญกับดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) มาอย่างยาวนาน เนื่องจากดัชนีดังกล่าวไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง

*** เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในต้นปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของภาคการส่งออกที่ขยายตัวตามความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากทั่วโลก

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นจากการหดตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และนับเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2020

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าระดับ 0.9% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในผลสำรวจของบลูมเบิร์ก และสูงกว่ากรอบการประเมินระดับบนสุดของหลายสำนัก

*** เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว สนับสนุนให้เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นการชั่วคราว หากวุฒิสภายังไม่รับรองผู้สืบทอดตำแหน่งหลังจากที่พาวเวลล์หมดวาระลงในเดือนพ.ค.

*** สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงตึงเครียด และยังคงเผชิญหน้ากันเพื่อคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายประสบความล้มเหลวในการเปิดเจรจาสันติภาพรอบใหม่ โดยสหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือทุกลำที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อสกัดกั้นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด

 

*** Tesla คาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อสนับสนุนแผนของอีลอน มัสก์ ในการเปลี่ยนผ่านบริษัทไปสู่การเป็นบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์

งบลงทุนในปีนี้คาดว่า จะสูงเกินกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วราว 3 เท่า โดยจะนำไปใช้ในการขยายฐานการผลิตของโรงงานอย่างเต็มตัว รวมถึงโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น การผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus

 

*** SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านชิปความจำของเกาหลีใต้ รายงานผลกำไรและรายได้ประจำไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากราคาสินค้ายังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าผลประกอบการโดยรวมจะสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ แต่รายได้ยังคงต่ำกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย ทั้งนี้ รายได้อยู่ที่ 52.58 ล้านล้านวอน (35,550 ล้านดอลลาร์) เทียบกับคาดการณ์ที่ 53.55 ล้านล้านวอน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 37.61 ล้านล้านวอน เทียบกับคาดการณ์ที่ 37.92 ล้านล้านวอน

*** Seven & i Holdings ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะปิดสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตสะดวกซื้อในอเมริกาเหนือจำนวน 645 แห่งภายในเดือนก.พ. 2027 ขณะเดียวกัน มีแผนเพิ่มงบลงทุนในสาขาที่เหลืออยู่ขึ้นอีก 50% เพื่อเร่งการปฏิรูปและยกระดับความสามารถในการทำกำไร

 

*** Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) จะชะลอการติดตั้งอุปกรณ์ผลิตชิปรุ่นล้ำสมัยที่สุดของ ASML สำหรับการผลิตชิปไปจนถึงปี 2029 เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน โดย TSMC ระบุว่าในขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะนำเครื่อง High Numerical Aperture Extreme Ultraviolet (High-NA EUV) ซึ่งเป็นเครื่องผลิตรุ่นล่าสุดของ ASML มาใช้ โดยเครื่องดังกล่าวมีราคาสูงกว่า 350 ล้านยูโรต่อเครื่อง

การตัดสินใจของ TSMC ในครั้งนี้อาจส่งผลลบต่อ ASML โดยราคาหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงถึง 5.5% ในระหว่างวันหลังจากที่มีการประกาศดังกล่าวออกไป



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย