
บิตคอยน์ กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 77,900 ดอลลาร์ หลังไม่สามารถทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน บริเวณ 82,400 ดอลลาร์ได้สำเร็จ นักวิเคราะห์มองเป็น “เส้นแบ่งสำคัญ” ระหว่างการรีบาวด์ในตลาดหมี กับการกลับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่อย่างแท้จริง
สถานการณ์ราคาบิตคอยน์ในช่วงนี้ดูเหมือนจะเริ่มหมดแรงส่ง โดยล่าสุดราคาได้ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 77,900 ดอลลาร์ หลังจากพุ่งชนกำแพงสำคัญและไม่สามารถทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day Simple Moving Average: SMA) ซึ่งอยู่ที่ระดับราวๆ 82,400 ดอลลาร์ไปได้
โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า เส้นค่าเฉลี่ยนี้เปรียบเสมือนเครื่องวัดแนวโน้มระยะยาว และเป็นตัวแบ่งแยกระหว่าง “การดีดตัวชั่วคราวในตลาดหมี” กับ “การฟื้นตัวกลับมาเป็นขาขึ้นแบบจริงๆ” ซึ่งการร่วงลงครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2022 ที่ราคาเคยฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยนี้แต่ไม่ผ่าน ก่อนจะกลับสู่สภาวะขาลงอีกครั้ง
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอย่าง CryptoQuant ได้ออกมาระบุสาเหตุหลักว่า เกิดจากความต้องการซื้อในตลาดที่หดหายไป โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สแบบใช้เลเวอเรจ 2.ความต้องการซื้อในตลาดจริง (Spot demand) และ 3.เม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน U.S. Spot Bitcoin ETF
แต่ปัจจุบันแรงหนุนทั้ง 3 ส่วนนี้ได้อ่อนกำลังลงทั้งหมด ส่งผลให้ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่น (Bull Score Index) ของ CryptoQuant ร่วงลงจากระดับ 40 มาอยู่ที่ระดับ 20 ซึ่งถือเป็นจุดที่มีมุมมองเชิงลบอย่างรุนแรง (Extremely bearish)
หลักฐานที่สะท้อนว่าความต้องการซื้อกำลังอ่อนแอลง ปรากฏให้เห็นชัดเจนจากหลายสถิติทั่วโลก เริ่มจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่ดัชนี “Coinbase premium” ซึ่งเป็นตัววัดส่วนต่างราคาบิตคอยน์ในสหรัฐฯ เทียบกับตลาดต่างประเทศ ได้ปรับตัวติดลบต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่านักลงทุนชาวอเมริกันไม่ได้มีความต้องการซื้อบิตคอยน์มากพอจนยอมจ่ายในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่น
นอกจากนี้ กองทุน U.S. Spot Bitcoin ETF ยังเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออก (Outflows) รวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (โดยแบ่งเป็นสัปดาห์ล่าสุดไหลออก 979.7 ล้านดอลลาร์ และสัปดาห์ก่อนหน้าไหลออกราว 1 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการพลิกกลับหลังจากที่มีเงินไหลเข้าติดต่อกันถึง 6 สัปดาห์
ส่วนในฝั่งเอเชียก็มีบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซาไม่แพ้กัน ดัชนี “Kimchi premium” ในเกาหลีใต้ ซึ่งใช้วัดความต้องการซื้อภายในประเทศ ได้ร่วงลงไปต่ำกว่าศูนย์ บ่งชี้ว่าไม่มีความต้องการซื้อบิตคอยน์ในระดับที่สูงกว่าปกติ ขณะเดียวกัน กองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 3 แห่งในฮ่องกง ก็มีปริมาณการซื้อขายรวมกันเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์ต่อวันเท่านั้นตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม
ทั้งนี้ CryptoQuant ได้ประเมินว่า หากสถานการณ์ราคายังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แนวรับสำคัญบนเครือข่ายบล็อกเชน (On-chain realized price) จะอยู่ที่ระดับ 70,000 ดอลลาร์ ซึ่งระดับราคานี้เคยเป็นจุดที่หยุดยั้งการพุ่งขึ้นของราคาในเดือนตุลาคมและมกราคมมาแล้ว แต่ในรอบนี้ ระดับ 70,000 ดอลลาร์จะต้องรับบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับเพื่อไม่ให้ราคาร่วงลงไปลึกกว่านี้
ที่มา : coindesk.com
🏠 หน้าหลักคริปโต 🔥ข่าวคริปโตยอดนิยม 🟠 ข่าวบิตคอยน์⚡คริปโตล่าสุด 🤖efin AI

Digital Asset News Editor, efinanceThai