ก.ล.ต.ไขข้อข้องใจ มาตรฐาน CTBG และบอนด์สีเขียวเพื่อการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจ

รูป ก.ล.ต.ไขข้อข้องใจ มาตรฐาน CTBG และบอนด์สีเขียวเพื่อการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจ

efinAI


ทำความเข้าใจกับหลักเกณฑ์ใหม่ของ ก.ล.ต. กับมาตรฐาน CTBG สู่การระดมทุนเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการออกบอนด์สีเขียว หนุนธุรกิจเปลี่ยนผ่าน 5 มาตรการยกระดับกิจการสู่โลกใหม่ ทำธุรกิจโปร่งใส คาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสังคม 

เมื่อ”ธุรกิจสีเขียว” มีจำกัด การเงินเปลี่ยนผ่านโลกสีเขียวได้อย่างไร 

ธุรกิจในยุคที่ผ่านมายังมีหลายกลุีมที่เติบโตมากับการพัฒนาโรงงานปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อผลิตสินค้ามหาศาล แค่ลองนึกภาพบริษัทโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ ที่อยากลดการปล่อยก๊าซ แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดได้ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ บริษัทเช่นนี้ จะมีทางแหล่งทางเลือกในการระดมทุนอย่างไร? หากกองทุน หรือสินเชื่อต้องการสนับสนุนเพียงธุรกิจสีเขียว ดังที่ผ่านมา นี่คือปัญหาที่โลกการเงินพยายามแก้ไข ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า Climate Transition Bond Guidelines (CTBG) หรือ แนวทางตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ ให้กับกิจการที่ต้องการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว แต่ยังขาดแคลนทุน 

ICMA เกี่ยวข้องกับธุรกิจยั่งยืนอย่างไร?

องค์กรตลาดทุนระหว่างประเทศ (International Capital Market Association — ICMA) คือผู้กำหนดมาตรฐานสากลสำหรับตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้ ICMA เป็นมาตรฐานหลักในการกำกับดูแลสินเชื่ออยู่แล้ว ได้แก่

  • หลักการพันธบัตรสีเขียว (Green Bond Principles) สำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มตัว
  • หลักการพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond Principles) สำหรับโครงการที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม
  • แนวทางพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond Guidelines) — ผสมทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม
  • หลักการพันธบัตรเชื่อมโยงความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond Principles) เชื่อมโยงดอกเบี้ยกับเป้าหมาย ESG แต่มาตรฐานเหล่านี้ยังไม่ครอบคลุมธุรกิจที่ “อยู่ระหว่างทาง” CTBG จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2025 เพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น

4 องค์ประกอบหัวใจของ CTBG

CTBG ยึดโครงสร้างเดิมของ ICMA แต่เพิ่มเงื่อนไขพิเศษในส่วนแรก คือเรื่องการใช้เงิน

1. วัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) เงินที่ระดมทุนได้ต้องนำไปใช้กับ โครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Climate Transition Projects) โดยตรง เช่น การยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด การติดตั้ง ระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage — CCS) หรือการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินมาเป็นก๊าซธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือต้องลดก๊าซเรือนกระจกได้จริงและวัดผลได้เป็นตัวเลข

2. กระบวนการคัดเลือกและประเมินโครงการ (Project Evaluation and Selection) ผู้ออกตราสารต้องมีกระบวนการชัดเจนในการพิจารณาว่าโครงการใดผ่านเกณฑ์ และต้องสื่อสารเกณฑ์เหล่านั้นให้นักลงทุนเข้าใจได้

3. การบริหารจัดการเงินที่ระดมทุน (Management of Proceeds) เงินต้องถูกบริหารแยกต่างหาก ติดตามได้ว่าไปใช้กับโครงการใดบ้าง ไม่ปะปนกับเงินทั่วไปขององค์กร

4. การรายงานผล (Reporting) ต้องรายงานประจำปีว่าเงินไปอยู่ที่ไหน และโครงการลดคาร์บอนได้จริงเท่าไหร

 5 กุญแจ หัวใจที่ทำให้ CTBG แตกต่าง

สิ่งที่ทำให้ CTBG น่าเชื่อถือกว่ามาตรฐานทั่วไป คือ มาตรการป้องกัน (Safeguards) ที่ต้องปฏิบัติครบทั้ง 5 ข้อ

1. ผู้ออกตราสารต้องมี กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านในระดับองค์กร (Corporate Transition Strategy) ที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ออกบอนด์แล้วจบ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าทิศทางองค์กรเดินหน้าสู่ความยั่งยืนจริง

2. ต้องพิสูจน์ว่า ทางเลือกที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า (Low-Carbon Alternatives) ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในบริบทปัจจุบัน เช่น เทคโนโลยียังไม่พร้อม หรือต้นทุนสูงเกินไป

3. กิจกรรมต้องสอดคล้องกับ การจำแนกประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Taxonomy) หรือ เส้นทางการลดคาร์บอน (Decarbonization Pathway) ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศหรือสากล

4. โครงการต้องลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่า การดำเนินธุรกิจตามปกติ (Business-As-Usual — BAU) และต้องวัดผลได้จริง

5.ต้องเปิดเผย ความเสี่ยงของการล็อกตัวเองกับเทคโนโลยีคาร์บอนสูง (Carbon Lock-In Risk) คือความเสี่ยงที่การลงทุนนี้อาจทำให้บริษัทติดอยู่กับเชื้อเพลิงฟอสซิลนานเกินไป และชะลอการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงออกไป

ก.ล.ต. ยกมาตรการใช้เพื่อประเมินความโปร่งใสบอนด์ 

CTBG กำหนดให้ผู้ออกตราสารต้องจัดทำ กรอบและลักษณะการเสนอขายตราสาร (Climate Transition Bond Framework) เป็นเอกสารสาธารณะ เพื่อให้นักลงทุนประเมินได้ด้วยตัวเอง และควรผ่านการตรวจสอบจาก ผู้ประเมินภายนอกอิสระ (External Review Provider) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ในบริบทของประเทศไทย แนวคิดจาก CTBG ได้ถูกนำมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้เห็นชอบหลักเกณฑ์รองรับการออก ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และ ตราสารหนี้เพื่อปรับปรุงธุรกิจสีเหลือง (Thailand Amber Bond) ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับ การจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทย (Thailand Taxonomy) โดยเปิดรับฟังความเห็นจากสาธารณชนจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

การเปลี่ยนผ่านโลกธุรกิจใหม่สู่เศรษฐกิจสีเขียวให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ต้องผลักดันภาคธุรกิจที่อยู่ระหว่าง “การเปลี่ยนผ่าน” ปรับโครงสร้างธุรกิจภายใตตัวเองอย่างอย่างจริงจังและโปร่งใส มาตรฐาน CTBG จึงถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านนั้นน่าเชื่อถือ ดึงดูดให้ที่นักลงทุนให้ความเชื่อถือ เข้ามาสนับสนุนตลาดทุนให้เดินหน้าต่อไปในระยะยาว 

Related Topics