| บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM) จัดงาน BBLAM Global Investment Roundtable 2026 ภายใต้หัวข้อ “Navigating Uncertainty, Unlocking Investment Opportunities & Beyond” ร่วมกับพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และแนวโน้มตลาดการเงินโลก ท่ามกลางบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้า นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBLAM กล่าวว่า ปัจจุบันโลกการลงทุนกำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งทิศทางเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย ความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมการลงทุน การมีข้อมูลที่รอบด้านและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายถือเป็นสิ่งสำคัญ BBLAM จึงจัดงานนี้ขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับพันธมิตรการลงทุนระดับโลก และเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกจากตลาดการเงินสำคัญสู่ผู้ลงทุนไทย เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน รวมถึงสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสม การจัดงานครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของ BBLAM ภายใต้แนวคิด Global Active Multi-Manager Partnership ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือในระยะยาวกับพันธมิตรการลงทุนระดับโลก โดย BBLAM มีความสัมพันธ์และทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ Allianz Global Investors, Fidelity International, Franklin Templeton, Pictet Asset Management และ Wellington Management มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อร่วมกันนำเสนอและพัฒนาทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายให้แก่ผู้ลงทุนไทย ทั้งนี้ พันธมิตรการลงทุนทั้ง 5 ราย นับเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ BBLAM มีความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมองการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และมีกองทุนรวมของ BBLAM ที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมของพันธมิตรที่คัดเลือกมาเป็นทางเลือกของการลงทุนในการพิจารณาจัดสรรเข้าพอร์ตกองทุนลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์แต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น กองทุน B-CHINE-EQ, B-CHINAARMF ของ Allianz กองทุน B-INNOTECH ของ Fidelity กองทุน B-GLOB-INFRA ของ Franklin Templeton กองทุน B-PREMIUM, B-SIP, B-OPP ของ PICTET และกองทุน BCARE, B-GLOBAL, B-ASIATECH ของ Wellington Management บนพื้นฐานของความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง งานครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เข้าถึงมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญของพันธมิตรระดับโลกทั้ง 5 แห่ง โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลากหลายบทบาท อาทิ Portfolio Manager, Chief Economist, Global Head of Multi Asset, Investment Strategist และ Senior Product Specialist ซึ่งมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมสินทรัพย์และภูมิภาคการลงทุนที่หลากหลาย ร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์จากตลาดการลงทุนทั่วโลก เพื่อเชื่อมต่อแนวคิดการลงทุนระดับสากลสู่ผู้ลงทุนไทย ภายในงาน มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของตลาด โดยครอบคลุมทั้งทิศทางเศรษฐกิจโลก อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปัจจัยทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อการจัดพอร์ต รวมถึงกระแสเงินทุนระหว่างประเทศและแนวโน้มตลาดจีน ขณะที่ เศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดัน แต่ตลาดหุ้นจีนยังคงปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจอาเซียนและปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของภูมิภาคในอนาคต อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ การลงทุนในเทคโนโลยีและ AI โดยเฉพาะความคุ้มค่าของการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะยาว และคำถามว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ หรือยังอยู่ในช่วงต้นของวัฏจักรขาขึ้น รวมถึงโอกาสของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และสามารถช่วยรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ พร้อมทั้งแนวทางการจัดพอร์ตเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด จากการแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 5 พันธมิตร ได้มีความเห็นร่วมกันถึงแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมท่ามกลางสภาวะตลาดในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดโลก การจัดงานดังกล่าวยังสะท้อนความร่วมมือระหว่าง BBLAM และธนาคารกรุงเทพ ในการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อส่งมอบข้อมูลเชิงลึก มุมมอง และทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายให้แก่ลูกค้าและผู้ลงทุน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “BKIND Fund Social Responsibility in Action: Investing for Yourself While Also Benefiting Society” โดยได้รับเกียรติจาก นายวิเชียร พงศธร ประธานกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ร่วมถ่ายทอดเกี่ยวกับบทบาทของภาคสังคมและภาคตลาดทุน ในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ กองทุนรวม คนไทยใจดี (BKIND) ภายใต้การบริหารของ BBLAM จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาคการลงทุนกับภาคสังคม ผ่านนโยบายการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชัน (ESGC) พร้อมนำ 40% ของค่าธรรมเนียมการจัดการไปสนับสนุนโครงการสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกองทุนได้สนับสนุนแล้ว 71 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 53 ล้านบาท ครอบคลุมด้านการศึกษา เด็กและเยาวชน สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาอาชีพ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ การพัฒนาชุมชน และการส่งเสริมความโปร่งใสในสังคม โดยตลอดเกือบ 12 ปีที่ผ่านมา โครงการที่ได้รับการสนับสนุนได้สร้างประโยชน์แก่ประชาชนและชุมชนทั่วประเทศรวมกว่า 18 ล้านคน BBLAM เชื่อว่า ความสำเร็จของการลงทุนในระยะยาว ไม่ควรวัดเพียงผลตอบแทนทางการเงิน แต่ควรรวมถึงคุณค่าที่ส่งต่อกลับสู่สังคมและประเทศด้วย โดยกองทุน BKIND เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนว่า การลงทุนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและความยั่งยืนให้แก่ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้ในระยะยาว การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) / ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF/Thai ESG ก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้นผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
|