29 Sept 2026บล.เคจีไอ : CENTEL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 49.00 บาทTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare การเติบโตของ RevPAR เร่งตัวขึ้นEventUpdate ข้อมูลบริษัท Impactธุรกิจโรงแรม: เติบโตดีจากอุปสงค์และอัตราค่าห้องพักที่สูงขึ้นภายหลังจากเราได้รับข้อมูลอัปเดตจากฝ่ายบริหารล่าสุด เรายังคงมีมุมมองการดำเนินงานโรงแรมของ CENTEL เชิงบวก โดยยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ใน 3Q69F ดีขึ้นเป็นการเติบโต YoY ที่เลขกลางหลักเดียว จาก -10% YoY ใน 2Q69 หนุนจากโรงแรมในประเทศไทยเติบโตที่เลขสิบกลาง ๆ (กรุงเทพฯ: เป็นเลขสูงหลักเดียว; ต่างจังหวัด: เลขสิบกลาง ๆ) และที่มัลดีฟส์เติบโตราว 20% ซึ่งถูกฉุดบางส่วนจากโรงแรมที่ญี่ปุ่นลดลงราวเลขสิบกลาง ๆ ส่วนยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ใน 4Q69F เพิ่มขึ้น YoY อยู่ที่เลขต่ำหลักเดี่ยวนำโดยประเทศไทย (+เลขต่ำสิบ) และมัลดีฟส์ (+30%) ขณะที่ โรงแรมในญี่ปุ่นคาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตที่เลขสิบกลาง ๆ ด้วยโมเมนตัมเดือนธันวาคมที่แข็งแกร่งขึ้น (ช่วง peak season) อย่างไรก็ดี สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในกรุงเทพฯ และพัทยาได้ส่งผลกระทบจำกัด (คิดเป็นน้อยกว่า 1% ของรายได้รายเดือน) ขณะที่ ยอดจองช่วงช่วงหยุดยาววันชาติจีน (golden week) ยังคงเติบโต YoY ดังนั้นเราจึงคาดว่าการดำเนินงานโรงแรมจะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นต่อใน 2H69F ธุรกิจร้านอาหาร: SSSG ยังคงหนุนจากการจัดโปรโมชั่นอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ช่วง ก.ค.-ส.ค. ของธุรกิจร้านอาหารทรงตัว YoY โดยใน ก.ค.ได้เติบโตที่เลขกลางหลักเดียวแต่ถูกกลบด้วยเดือน ส.ค. (ลดลงเป็นเลขต่ำหลักเดียว) ที่ถูกกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดี SSSG ช่วง YTD ยังคงเป็นบวกที่เลขต่ำหลักเดียวนำโดยแบรนด์อาหารญี่ปุ่น เช่น Katsuya และ Ootoya โดยที่ฝ่ายบริหารคาดว่า margin ธุรกิจร้านอาหารจะดีขึ้นต่อ YoY หนุนจากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ CENTEL ยังทำการล็อกต้นทุนวัตถุดิบหลักล่วงหน้าไว้ 3–6 เดือน ซึ่งช่วยลดความผันผวนของต้นทุนได้ ขณะเดียวกัน แคมเปญส่งเสริมการขายน่าจะยังคงช่วยดึงจำนวนผู้ใช้บริการเข้ามาได้ ส่วนการควบคุมต้นทุนก็จะช่วยชดเชย margin ที่ถูกกดดันช่วงสั้น โรงแรมในไทยและมัลดีฟส์จะเป็นตัวหลักขับเคลื่อนการเติบโตปี 2570Fเรายังคงมีมุมมองแนวโน้มการเติบโตปี 2570F ของ CENTEL เชิงบวก ขับเคลื่อนจาก i) โรงแรมต่าง ๆ หลังการรีโนเวทใหม่กลับมาเปิดให้บริการได้ รวมถึง Centara Reserve Krabi (ก.พ.70) และโรงแรมที่หัวหินราวกลางปีหน้า รวมถึงโรงแรมในพัทยากลับมาเร่งสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ii) การดำเนินงานในมัลดีฟส์ดีขึ้น โดยโรงแรมแห่งใหม่คาดว่าจะพลิกมีกำไรเล็กน้อยในปี 2569F จากที่ปี 2568 ขาดทุนมากกว่า 200 ล้านบาทและจะสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570F และ iii) แรงกดดันจากดูไบที่ผ่อนคลายลงและการฟื้นตัวในญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่า RevPAR จะกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ตั้งแต่ 4Q69F เป็นต้นไป ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้น่าจะส่งเสริมให้กำไรจากธุรกิจโรงแรมเติบโตต่อเนื่องไปยังปี 2570F Valuation & actionเราคาดกำไร 3Q–4Q69F ของ CENTEL จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากการดำเนินงานโรงแรมที่ดีขึ้น RevPAR แข็งแกร่งขึ้น และ margin ดีขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CENTEL ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 49.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2570F ที่ 11x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 S.D.) Risksการท่องเที่ยวชะลอตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันการดำเนินงาน Sirilak Konwai, IAA66.2658.8888 Ext. 8852sirilakk@kgi.co.th closePlease Sign InOr Register for Free to use efinAI andother benefits that can make your investing more effective.Do not show again todayRegister for FreeAlready have an account?Sign inclosePlease upgrade your plan to access past news.Your current plan does not allow you to read this news. If you want to access news older than the specified period, please upgrade your plan.
การเติบโตของ RevPAR เร่งตัวขึ้นEventUpdate ข้อมูลบริษัท Impactธุรกิจโรงแรม: เติบโตดีจากอุปสงค์และอัตราค่าห้องพักที่สูงขึ้นภายหลังจากเราได้รับข้อมูลอัปเดตจากฝ่ายบริหารล่าสุด เรายังคงมีมุมมองการดำเนินงานโรงแรมของ CENTEL เชิงบวก โดยยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ใน 3Q69F ดีขึ้นเป็นการเติบโต YoY ที่เลขกลางหลักเดียว จาก -10% YoY ใน 2Q69 หนุนจากโรงแรมในประเทศไทยเติบโตที่เลขสิบกลาง ๆ (กรุงเทพฯ: เป็นเลขสูงหลักเดียว; ต่างจังหวัด: เลขสิบกลาง ๆ) และที่มัลดีฟส์เติบโตราว 20% ซึ่งถูกฉุดบางส่วนจากโรงแรมที่ญี่ปุ่นลดลงราวเลขสิบกลาง ๆ ส่วนยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ใน 4Q69F เพิ่มขึ้น YoY อยู่ที่เลขต่ำหลักเดี่ยวนำโดยประเทศไทย (+เลขต่ำสิบ) และมัลดีฟส์ (+30%) ขณะที่ โรงแรมในญี่ปุ่นคาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตที่เลขสิบกลาง ๆ ด้วยโมเมนตัมเดือนธันวาคมที่แข็งแกร่งขึ้น (ช่วง peak season) อย่างไรก็ดี สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในกรุงเทพฯ และพัทยาได้ส่งผลกระทบจำกัด (คิดเป็นน้อยกว่า 1% ของรายได้รายเดือน) ขณะที่ ยอดจองช่วงช่วงหยุดยาววันชาติจีน (golden week) ยังคงเติบโต YoY ดังนั้นเราจึงคาดว่าการดำเนินงานโรงแรมจะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นต่อใน 2H69F ธุรกิจร้านอาหาร: SSSG ยังคงหนุนจากการจัดโปรโมชั่นอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ช่วง ก.ค.-ส.ค. ของธุรกิจร้านอาหารทรงตัว YoY โดยใน ก.ค.ได้เติบโตที่เลขกลางหลักเดียวแต่ถูกกลบด้วยเดือน ส.ค. (ลดลงเป็นเลขต่ำหลักเดียว) ที่ถูกกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดี SSSG ช่วง YTD ยังคงเป็นบวกที่เลขต่ำหลักเดียวนำโดยแบรนด์อาหารญี่ปุ่น เช่น Katsuya และ Ootoya โดยที่ฝ่ายบริหารคาดว่า margin ธุรกิจร้านอาหารจะดีขึ้นต่อ YoY หนุนจากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ CENTEL ยังทำการล็อกต้นทุนวัตถุดิบหลักล่วงหน้าไว้ 3–6 เดือน ซึ่งช่วยลดความผันผวนของต้นทุนได้ ขณะเดียวกัน แคมเปญส่งเสริมการขายน่าจะยังคงช่วยดึงจำนวนผู้ใช้บริการเข้ามาได้ ส่วนการควบคุมต้นทุนก็จะช่วยชดเชย margin ที่ถูกกดดันช่วงสั้น โรงแรมในไทยและมัลดีฟส์จะเป็นตัวหลักขับเคลื่อนการเติบโตปี 2570Fเรายังคงมีมุมมองแนวโน้มการเติบโตปี 2570F ของ CENTEL เชิงบวก ขับเคลื่อนจาก i) โรงแรมต่าง ๆ หลังการรีโนเวทใหม่กลับมาเปิดให้บริการได้ รวมถึง Centara Reserve Krabi (ก.พ.70) และโรงแรมที่หัวหินราวกลางปีหน้า รวมถึงโรงแรมในพัทยากลับมาเร่งสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ii) การดำเนินงานในมัลดีฟส์ดีขึ้น โดยโรงแรมแห่งใหม่คาดว่าจะพลิกมีกำไรเล็กน้อยในปี 2569F จากที่ปี 2568 ขาดทุนมากกว่า 200 ล้านบาทและจะสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570F และ iii) แรงกดดันจากดูไบที่ผ่อนคลายลงและการฟื้นตัวในญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่า RevPAR จะกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ตั้งแต่ 4Q69F เป็นต้นไป ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้น่าจะส่งเสริมให้กำไรจากธุรกิจโรงแรมเติบโตต่อเนื่องไปยังปี 2570F Valuation & actionเราคาดกำไร 3Q–4Q69F ของ CENTEL จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากการดำเนินงานโรงแรมที่ดีขึ้น RevPAR แข็งแกร่งขึ้น และ margin ดีขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CENTEL ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 49.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2570F ที่ 11x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 S.D.) Risksการท่องเที่ยวชะลอตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันการดำเนินงาน Sirilak Konwai, IAA66.2658.8888 Ext. 8852sirilakk@kgi.co.th