| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันศุกร์ (25 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Microsoft และหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่นักลงทุนยังจับตาราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,828.62 จุด เพิ่มขึ้น 478.62 จุด (+0.93%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,743.41 จุด เพิ่มขึ้น 39.28 จุด (+0.51%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 27,068.72 จุด เพิ่มขึ้น 129.32 จุด (+0.48%) ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่แนสแดคเพิ่มขึ้น 2% หลังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร หุ้น Microsoft พุ่งขึ้น 3.7% ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 7% ตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังบริษัทเปิดตัวฟีเจอร์ที่มีความสามารถใหม่ ๆ หลายรายการในแอป Copilot รวมถึงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดและ AI เอเจนต์ ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนดัชนี S&P 500 และแนสแดคปรับตัวขึ้นส่งท้ายสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าอุตสาหกรรมใดจะได้ประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจาก AI รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ บรรยากาศการลงทุนยังได้แรงหนุนหลังมีรายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหารือถึงแนวทางการยุติสงครามแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐฯ อาจยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังบ่งชี้ว่า การใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าทุนภาคการผลิตที่สำคัญในเดือนส.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และล่าสุดเพิ่มขึ้น 3.4 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 5.196% ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 50% ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงมีประสิทธิผลอย่างมาก หลังการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงว่า การพบกันของสองผู้นำโลกมุ่งเน้นการใช้แนวทางทางการทูต มากกว่าการบรรลุความคืบหน้าที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - หุ้น 7 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากที่สุด 0.91% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 0.6% - หุ้น Qualcomm พุ่งขึ้น 4% ขณะที่หุ้น Dell พุ่ง 5% - หุ้น Akamai Technologies พุ่งขึ้น 3.2% หลังบรรลุข้อตกลงในการให้บริการคลาวด์ มูลค่า 11,600 ล้านดอลลาร์กับ Anthropic โดยข้อตกลงดังกล่าวรวมใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะให้ Anthropic ถือหุ้นใน Akamai ได้สูงสุด 5% - หุ้น Meta Platforms ลดลง 3.3% แม้ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นประมาณ 13% ในสัปดาห์นี้ หลังกระแสตอบรับ AI เอเจนต์ “Muse” ของบริษัทเป็นไปในเชิงบวก - หุ้น People ซึ่งเป็นบริษัทสื่อนิตยสาร พุ่งขึ้น 11% หลังมีรายงานว่า MGM Resorts International กำลังพิจารณายื่นข้อเสนอซื้อกิจการบริษัท ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 14,900 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 16,800 ล้านหุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 3 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 31 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 54 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 175 ตัว ที่มา Reuters |