| “สิริพงศ์” เผยน้ำท่วมทำ THAI ขาดแคลนพนักงานจนกระทบการจัดการสัมภาระ เร่งเคลียร์ให้เสร็จวันนี้ พร้อมประสาน ทอ.-ไปรษณีย์ไทย เข้าช่วยลำเลียง พร้อมเสนอเปิดประชุมบอร์ด THAI เป็นการด่วน กำหนดแนวทางแก้ปัญหาและมาตรการบริหารจัดการ ย้ำการชดเชยและเยียวยาผู้โดยสารเป็นความรับผิดชอบของการบินไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงปัญหาสัมภาระของผู้โดยสารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ตกค้างสะสมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระล่าช้า ว่า นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ชี้แจงว่าสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนพนักงานอย่างหนัก หลังบุคลากรจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการสัมภาระได้ตามปกติ ทั้งนี้ การบินไทยได้ยอมรับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนแล้ว และรับปากว่าจะเร่งจัดการสัมภาระที่ตกค้างให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมเสนอให้เปิดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยเป็นการด่วน เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงวางมาตรการบริหารจัดการต่อไป ส่วน อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เหตุใดปัญหาสัมภาระจึงเกิดขึ้นกับการบินไทยล่าช้าเฉพาะราย เนื่องจากการบินไทยทำหน้าที่ดูแลสัมภาระให้แก่สายการบินพันธมิตรในเครือข่ายด้วย ซึ่งมีข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) กำกับอยู่ ดังนั้น จึงคาดว่าการบินไทยอาจต้องจัดลำดับความสำคัญในการดูแลผู้โดยสารของตนเองก่อน ขณะที่กระทรวงคมนาคม โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งกำลังพลและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือการลำเลียงสัมภาระอย่างเต็มกำลังแล้ว สำหรับการจัดการสัมภาระที่ตกค้างเป็นจำนวนมาก ขณะนี้มีการดำเนินการหลายรูปแบบ โดยผู้โดยสารที่แจ้งความประสงค์ให้จัดส่งสัมภาระ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดส่งไปตามชื่อและที่อยู่ที่ระบุไว้ ส่วนผู้โดยสารที่แจ้งว่าจะเดินทางมารับด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะคัดแยกและรวบรวมสัมภาระไว้ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางมารับภายหลัง ส่วนมาตรการชดเชยและเยียวยาผู้โดยสาร เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของการบินไทยที่จะต้องพิจารณา เนื่องจากกระทรวงคมนาคมทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) “กระทรวงคมนาคมมีขอบเขตการกำกับดูแลในเรื่องการกำหนดราคาและมาตรฐานความปลอดภัย ส่วนระดับการให้บริการ (Level of Service) ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการ การตลาด และการดูแลลูกค้าของการบินไทยเอง ซึ่งหากการบินไทยเลือกที่จะไม่ดูแลผู้โดยสาร ผลกระทบและความเสียหายทางธุรกิจย่อมตกอยู่กับตัวบริษัทเอง” นายสิริพงศ์ กล่าว นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังแสดงความกังวลต่อการบริหารจัดการสถานการณ์ของการบินไทย โดยเห็นว่ารัฐบาลควรได้รับคำตอบและความร่วมมือที่ดีกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการที่ AOT เข้ามารับผิดชอบจัดหาอาหารให้แก่กำลังพลทหารอากาศที่เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน รวมถึงการจัดส่งยานพาหนะและเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณบ้านพักพนักงานการบินไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถออกมาปฏิบัติงานได้ โดยรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมเห็นว่าการตอบกลับจากการบินไทยยังสะท้อนถึงประเด็นด้านการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาและทันท่วงที |