บ.ยักษ์ใหญ่ประกันชีวิตญี่ปุ่นแนะระวัง หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง-จับตาความเสี่ยงการคลัง

รูป บ.ยักษ์ใหญ่ประกันชีวิตญี่ปุ่นแนะระวัง หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง-จับตาความเสี่ยงการคลัง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 16:34 น.


ผู้บริหารบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น หรือ JGB หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากนโยบายการคลัง กระแสเงินต่างชาติ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดบอนด์ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงขึ้น แม้ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวจะน่าสนใจมากขึ้น แต่จังหวะเข้าซื้อยังคงยากต่อการประเมิน เพราะราคามีความผันผวนจากเงินเฟ้อ ความกังวลเรื่องเสถียรภาพการคลัง และความเสี่ยงจากเหตุการณ์ในต่างประเทศที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม

ผู้บริหารของ Dai-ichi Life Insurance ระบุว่า พันธบัตรอายุ 40 ปี ให้ผลตอบแทนราว 4% ซึ่งดูน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนยังไม่ง่าย เพราะราคาพันธบัตรแกว่งตัวแรงกว่าช่วงก่อนหน้า และปัจจัยลบหลายด้านยังไม่คลี่คลาย

หนึ่งในประเด็นที่ตลาดจับตาคือทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หาก BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ภายในปีงบประมาณนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนหรือ yield curve มีแนวโน้มแบนลง ซึ่งอาจกดดันพันธบัตรระยะยาวและสินทรัพย์เสี่ยงที่ไวต่อดอกเบี้ยได้ในวงกว้าง

นักลงทุนต่างชาติและเลเวอเรจเพิ่มแรงเหวี่ยงให้ตลาด

ฝั่ง Nippon Life ให้ภาพใกล้เคียงกัน โดยมองว่าความผันผวนในตลาดปัจจุบันสูงกว่าที่เคยเป็น และหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติที่ใช้ เลเวอเรจ ทำให้ตลาดแกว่งแรงและสามารถถอนตัวได้รวดเร็วเมื่อตลาดเปลี่ยนทิศ

แรงซื้อขายที่เร่งตัวจากผู้เล่นต่างชาติทำให้การเคลื่อนไหวของบอนด์ญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดพันธบัตรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อค่าเงินเยน ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ญี่ปุ่น และการจัดพอร์ตของผู้ลงทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทยที่ติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์อย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่อค่าเงินเยนและสินทรัพย์เสี่ยง

เมื่อยีลด์ JGB ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดเริ่มประเมินใหม่ว่าต้นทุนเงินทุนในญี่ปุ่นอาจเปลี่ยนไปจากเดิม และอาจกระทบต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์หลายประเภท โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและภาวะการเงินตึงตัวมากขึ้น

ในเชิงมหภาค การเคลื่อนไหวของบอนด์ญี่ปุ่นยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อค่าเงินเยน หากความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ เพิ่มขึ้น เยนอาจได้รับแรงหนุน ขณะเดียวกันผู้ลงทุนต้องจับตาแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงาน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายทั่วโลก

ประเด็นสำคัญที่ตลาดต้องติดตาม

  • อัตราผลตอบแทน JGB ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • ความเสี่ยงด้านการคลัง และความกังวลต่อเสถียรภาพการเงินภาครัฐ
  • ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ
  • แรงซื้อขายจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ใช้เลเวอเรจ
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ จากสงครามในตะวันออกกลาง

โดยสรุป ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ผู้เล่นสถาบันอย่างบริษัทประกันจึงเลือกท่าทีระวังมากขึ้น แม้ผลตอบแทนจะดูน่าดึงดูด แต่ความเสี่ยงด้านราคา นโยบายการเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้การเข้าลงทุนใน JGB ต้องใช้ความรอบคอบสูงกว่าปกติ


Related Topics