18 Nov 2025LPH บุ๊คงบ 9 เดือน กำไรแตะ 150 ลบ. โต 141.2% โกยรายได้ 1,973.80 ลบ.Translatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ย. 68 15:52 น. LPH บุ๊คงบ 9 เดือน กำไรแตะ 150 ลบ. โต 141.2% โกยรายได้ 1,973.80 ลบ. บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.05 บาท ขึ้น XD 27 พ.ย.นี้ ส่งสัญญาณแนวโน้ม Q4 โตต่อเนื่อง รับไฮซีซั่นธุรกิจ“บมจ.โรงพยาบาล ลาดพร้าว หรือ LPH” ประกาศผลงานงวด 9 เดือนของปี 2568 มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 150.68 ลบ. โต 141.2% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,973.80 ลบ. โต 9.97% โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผลประกอบการ Q3/2568 กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 59.82 ลบ. โต 48.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 667.84 ลบ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน ด้านบอร์ดไฟเขียวเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ปี 2568 ครั้งที่ 2 หุ้นละ 0.05 บาท เพื่อเป็นตอบแทนผู้ถือหุ้น ขึ้น XD วันที่ 27 พ.ย. 2568 จ่ายเงินปันผลวันที่ 9 ธ.ค. 2568 นี้ “ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช” ซีอีโอ เผยแนวโน้ม Q4 เติบโตต่อเนื่องไฮซีซั่นธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการต้นปี 2570ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 150.68 ล้านบาท เติบโตขึ้น 141.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,973.80 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9.97% จากงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 9 เดือน จำนวน 1,555.28 ล้านบาท โต 2.4% แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอกรวมศูนย์ส่งเสริมสุขภาพที่ชำระเงินเอง เติบโตขึ้น 2.7% และรายได้จากโครงการประกันสังคมโต 8.3% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นการชำระเงินเองร่วมกับการใช้สิทธิของผู้ประกันตนในการรักษาพยาบาลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้รักษาพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการต่างชาติ รวมถึงผู้มาใช้บริการผู้ป่วยในประมาณ 5.9% โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่องของแนวชายแดนนอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC เพิ่มขึ้น 54.1% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น จากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่องสำหรับผลประกอบการของบริษัทฯและบริษัทย่อย ในงวดไตรมาส 3/2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 667.84 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 59.82 ล้านบาท เติบโต 48.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2568 ครั้งที่ 2 เป็นเงินสด สำหรับผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 ธันวาคม 2568สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ช่วงโค้งสุดท้ายของปี เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี เป็นช่วงปลายฤดูฝนและเข้าสู่ฤดูหนาวสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาเพิ่มขึ้น โดยแผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตที่ระดับ 15% จากปีก่อน ซึ่งภาพรวมปัจจุบันคนไข้ทั่วไปกลับมาเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งคนไข้นอก (OPD) และคนไข้ใน (IPD) โดยสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มผู้ป่วยจากประกันสังคม (สปส.) ราว 45% เเละกลุ่มผู้ป่วยเงินสดราว 55% ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติทยอยกลับมาใช้บริการมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้จากตะวันออกกลาง และพม่า ซึ่งสนใจเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นพร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร ได้มีการออกแบบเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) เทรนด์รักษ์โลก และการปรับปรุงอาคารเก่าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งบลงทุนอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่ 2 แห่ง จะแล้วเสร็จปลายปี 2569 พร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2570 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับคนไข้ไทยพรีเมี่ยมและคนไข้ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคตด้วย Sign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveDo not show again todayRegister for freeAlready have an account? Sign inClosePlease upgrade your planto read past news and use every featureCancelSee plansRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ย. 68 15:52 น. LPH บุ๊คงบ 9 เดือน กำไรแตะ 150 ลบ. โต 141.2% โกยรายได้ 1,973.80 ลบ. บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.05 บาท ขึ้น XD 27 พ.ย.นี้ ส่งสัญญาณแนวโน้ม Q4 โตต่อเนื่อง รับไฮซีซั่นธุรกิจ“บมจ.โรงพยาบาล ลาดพร้าว หรือ LPH” ประกาศผลงานงวด 9 เดือนของปี 2568 มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 150.68 ลบ. โต 141.2% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,973.80 ลบ. โต 9.97% โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผลประกอบการ Q3/2568 กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 59.82 ลบ. โต 48.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 667.84 ลบ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน ด้านบอร์ดไฟเขียวเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ปี 2568 ครั้งที่ 2 หุ้นละ 0.05 บาท เพื่อเป็นตอบแทนผู้ถือหุ้น ขึ้น XD วันที่ 27 พ.ย. 2568 จ่ายเงินปันผลวันที่ 9 ธ.ค. 2568 นี้ “ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช” ซีอีโอ เผยแนวโน้ม Q4 เติบโตต่อเนื่องไฮซีซั่นธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการต้นปี 2570ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 150.68 ล้านบาท เติบโตขึ้น 141.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,973.80 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9.97% จากงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 9 เดือน จำนวน 1,555.28 ล้านบาท โต 2.4% แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอกรวมศูนย์ส่งเสริมสุขภาพที่ชำระเงินเอง เติบโตขึ้น 2.7% และรายได้จากโครงการประกันสังคมโต 8.3% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นการชำระเงินเองร่วมกับการใช้สิทธิของผู้ประกันตนในการรักษาพยาบาลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้รักษาพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการต่างชาติ รวมถึงผู้มาใช้บริการผู้ป่วยในประมาณ 5.9% โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่องของแนวชายแดนนอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC เพิ่มขึ้น 54.1% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น จากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่องสำหรับผลประกอบการของบริษัทฯและบริษัทย่อย ในงวดไตรมาส 3/2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 667.84 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 59.82 ล้านบาท เติบโต 48.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2568 ครั้งที่ 2 เป็นเงินสด สำหรับผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 ธันวาคม 2568สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ช่วงโค้งสุดท้ายของปี เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี เป็นช่วงปลายฤดูฝนและเข้าสู่ฤดูหนาวสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาเพิ่มขึ้น โดยแผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตที่ระดับ 15% จากปีก่อน ซึ่งภาพรวมปัจจุบันคนไข้ทั่วไปกลับมาเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งคนไข้นอก (OPD) และคนไข้ใน (IPD) โดยสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มผู้ป่วยจากประกันสังคม (สปส.) ราว 45% เเละกลุ่มผู้ป่วยเงินสดราว 55% ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติทยอยกลับมาใช้บริการมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้จากตะวันออกกลาง และพม่า ซึ่งสนใจเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นพร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร ได้มีการออกแบบเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) เทรนด์รักษ์โลก และการปรับปรุงอาคารเก่าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งบลงทุนอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่ 2 แห่ง จะแล้วเสร็จปลายปี 2569 พร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2570 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับคนไข้ไทยพรีเมี่ยมและคนไข้ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคตด้วย