BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ - จับตา 4 ธนาคารกลางส่อคงดอกเบี้ย

รูป BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ - จับตา 4 ธนาคารกลางส่อคงดอกเบี้ย

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 เม.ย. 69 10:47 น.

BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ ชี้อ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ รับเงินดอลลาร์แข็งค่า หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน พร้อมจับตาที่ประชุมธนาคารกลางรายใหญ่ 4 แห่ง คาดจะคงดอกเบี้ยนโยบาย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.44 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.99-32.51 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน

ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงครอบงำบรรยากาศการลงทุน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านแต่ระบุว่าเขาไม่เร่งรีบที่จะยุติสงครามและได้สั่งโจมตีเรือของอิหร่านที่กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันรายงานที่ว่าอิหร่านกำลังเพิ่มการวางทุ่นระเบิดได้ยกระดับความเสี่ยงในตลาดอีกทางหนึ่ง โดยแม้ว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะถูกขยายออกไปอีกสามสัปดาห์ แต่อิหร่านดูเหมือนจะยังปฏิเสธการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติมกับสหรัฐฯในระยะนี้ ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 4,257 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าธนาคารกลางรายใหญ่สี่แห่งจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม อย่างไรก็ตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทดสอบความอดทนของผู้ดำเนินนโยบายการเงิน นำโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขณะตลาดคาดว่าภาพดังกล่าวอาจเปลี่ยนไปในการประชุมรอบถัดไปในเดือน มิ.ย.69 อย่างไรก็ดีในกรณีของญี่ปุ่นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงติดลบอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มความเสี่ยงที่ว่าโทนการสื่อสารของบีโอเจอาจกระตุ้นแรงขายเงินเยนรอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินในที่สุด

สำหรับปัจจัยในประเทศคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน ทางด้าน Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ (Stable) จากเชิงลบ (Negative) และคงอันดับเครดิตประเทศที่ Baa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าลดลงและการลงทุนเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตามราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างยังเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มในระยะกลาง



Related Topics

Reported by

Pariwat Hinploy

Pariwat Hinploy

Senior Reporter, efinanceThai