สส.สหรัฐฯ ลงมติ 215-208 เสียง ขวางปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน-พบ 4 รีพับลิกันแตกแถว

รูป สส.สหรัฐฯ ลงมติ 215-208 เสียง ขวางปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน-พบ 4 รีพับลิกันแตกแถว

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 69 12:16 น.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 215 ต่อ 208 เสียง โหวตผ่านร่างญัตติจำกัดอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยุติสงครามกับอิหร่าน นับเป็นครั้งแรกที่สภาล่างแสดงจุดยืนคัดค้านทำเนียบขาวในการลงมติดังกล่าว โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 รายโหวตสวนมติพรรคครั้งนี้

ขณะที่จาเร็ด โกลเดน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเมน พรรคเดโมแครต ซึ่งเคยลงคะแนนคัดค้านร่างญัตติ 3 ครั้งก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาสนับสนุนและส่งผลให้พรรคเดโมแครตมีมติเป็นเอกฉันท์ในการโหวตรอบนี้ ส่วนสมาชิกพรรครีพับลิกันที่โหวตสนับสนุนกับร่วมกับพรรคเดโมแครต ประกอบด้วย สส.โธมัส แมสซี จากรัฐเคนทักกี, สส.ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย, สส.ทอม บาร์เร็ตต์ จากรัฐมิชิแกน และสส.วอร์เรน เดวิดสัน จากรัฐโอไฮโอ

เดิมทีการลงมติดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ เนื่องในวัน Memorial Day แต่แกนนำพรรครีพับลิกันตัดสินใจเลื่อนลงมติกะทันหัน หลังมีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคไม่มีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะสกัดร่างญัตติกล่าว เนื่องจากสมาชิกรีพับลิกันบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม และอีกหลายคนมีแนวโน้มจะลงคะแนนสนับสนุนร่างญัตติ

ก่อนหน้านี้ วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผลักดันร่างญัตติไปเมื่อเดือนพ.ค. เพื่อจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการทำสงคราม โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนร่วมกับเดโมแครตเกือบยกพรรค ลงคะแนนสนับสนุน นอกจากนี้ การขาดประชุมของสมาชิกรีพับลิกันอีก 3 รายยังมีส่วนช่วยให้การลงคะแนนผ่านมติได้สำเร็จ หลังจากพยายามผลักดันมา 7 ครั้งแต่ไม่เป็นผล

อย่างไรก็ตาม การลงมติในวุฒิสภายังเป็นเพียงกระบวนการเบื้องต้นก่อนที่จะประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างสมบูรณ์ โดยพรรครีพับลิกันยังมีโอกาสโหวตสกัดร่างญัตติดังกล่าวในการลงมติรอบหน้า แต่ยังไม่กำหนดวันชัดเจน ขณะที่ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ที่มา CBS News

ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai