18 Nov 2025BC เผย 9 เดือนโกยรายได้ 505 ลบ. มั่นใจ Q4/68 ท่องเที่ยว–มาตรการรัฐหนุน เตรียมปักหมุดโรงแรมใหม่ จ.ภูเก็ต เสริมรายได้ปลายปีTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarShare สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ย. 68 15:52 น. BC เผย 9 เดือน โกยรายได้ 505 ลบ. มั่นใจ Q4/68 ท่องเที่ยว–มาตรการรัฐหนุน เตรียมปักหมุดโรงแรมใหม่ จ.ภูเก็ต เสริมรายได้ปลายปีบูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) มองแนวโน้มไตรมาส 4/68 สดใส รับแรงหนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรยากาศท่องเที่ยวปลายปี ส่งผลดีต่อพอร์ตโรงแรมในหัวเมืองสำคัญ ขณะที่ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 ทำรายได้รวมเกือบ 505 ล้านบาท กำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) เกือบ 18 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อัตราเข้าพักโรงแรม (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มเป็น 75.7% หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดโรงแรม “Mercure Phuket Patong Journeyhub” ภายในเดือน พฤศจิกายนนี้ หลังรีโนเวทรับทราฟฟิคลูกค้า หนุนผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale” (BOS) เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 3/2568 สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือ (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มขึ้นจาก 66.7% ในไตรมาสก่อน เป็น 75.7% ในไตรมาสนี้ หนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตตามดีมานด์นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ช่วงไฮซีซั่นปลายปีซึ่งมีเทศกาลลอยกระทง คริสต์มาส และปีใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้กลุ่มโรงแรมในทำเลศักยภาพหลัก ได้แก่ สุขุมวิท นิมมาน ป่าตอง และพัทยา ให้เติบโตต่อเนื่อง เสริมด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของภาคประชาชนที่ฟื้นตัวชัดเจนในด้านการบริหารการเงิน บริษัทได้ชำระคืนหนี้และปรับโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่อง เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘สร้าง–ดำเนินงาน–ขาย (Build–Operate–Sell)’ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ความคืบหน้าโครงการใหม่ และการขายสินทรัพย์ผ่าน Tokenization ที่ช่วยเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นนอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับเครือ Accor เซ็นสัญญาแฟรนไชส์ บริหารโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Mövenpick, Mercure และ Handwritten Collection พร้อมได้รับการรับรองเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเป็นทางการ ซึ่งตอกย้ำศักยภาพการบริหารโรงแรมตามมาตรฐานสากล โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ได้เปิดตัวโรงแรม ‘Mercure Phuket Patong Journeyhub’ อย่างเป็นทางการ หลังรีโนเวทปรับโฉมครั้งใหญ่ รับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เสริมฐานรายได้และผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงโค้งสุดท้ายของปีสำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ปี 2568 BC มีรายได้รวม 504.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 17.8 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงจากการดำเนินงานในธุรกิจหลักด้าน ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 BC มีรายได้รวม 80.4 ล้านบาท ลดลง 59.4% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท BPKN3 ซึ่งรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) รวมถึงการจำหน่ายเงินลงทุนบางส่วนในโรงแรม IBIS ในไตรมาส 3/2567 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ รายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานปรับตัวดีขึ้นตามอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในส่วนของ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลขาดทุนลดลงเหลือ 12.1 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดลงของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนใหม่ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 45.0 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากขาดทุน 55.7 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้าโครงสร้างรายได้ตามพื้นที่ดำเนินการ กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ มีรายได้ 79.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สะท้อนการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและความต้องการเข้าพักที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วยโครงการหลัก ได้แก่ ซิทาดีนส์ 8, ซิทาดีนส์ 11, ซิทาดีนส์ 16, โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24, โจโน่ อโศก และเจอร์นีย์ฮับ สุขุมวิท 26กลุ่มโรงแรมต่างจังหวัด มีรายได้ 47.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% QoQ จากดีมานด์ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงแรมในเครือ เช่น เจอร์นีย์ฮับ ภูเก็ต, เจอร์นีย์ฮับ พัทยา, โนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ และไอบิส เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ นอกจากนี้ BC ยังบริหารโครงการของลูกค้าภายนอกในจังหวัดภูเก็ต (กะรน) ภายใต้แบรนด์ของตนเอง “โจโน่ เอ็กซ์” และได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารรายได้และการบริหารโรงแรม ซึ่งเป็นรายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจบริหารจัดการสำหรับธุรกิจศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าโครงการ “โคฟ ฮิลล์” (Cove Hill) ไลฟ์สไตล์มอลล์ในย่านเจริญกรุง มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมสูงขึ้นเป็น 71.4% ในไตรมาส 3/2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 78% ในไตรมาส 4/2568 นอกจากนี้ BC ยังคงมีรายได้บริหารโครงการพื้นที่เช่าแบบมิกซ์ยูส “ซัมเมอร์ พ้อยท์” (Summer Point) ย่านพระโขนง ซึ่งได้จำหน่ายเงินลงทุนสำเร็จในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการ Tokenization เสริมรายได้ค่าบริการอย่างต่อเนื่องให้กลุ่มบริษัทฯ Sign inor register for free to use efinAI and the other benefits that make your investing more effectiveDo not show again todayRegister for freeAlready have an account? Sign inClosePlease upgrade your planto read past news and use every featureCancelSee plansRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ย. 68 15:52 น. BC เผย 9 เดือน โกยรายได้ 505 ลบ. มั่นใจ Q4/68 ท่องเที่ยว–มาตรการรัฐหนุน เตรียมปักหมุดโรงแรมใหม่ จ.ภูเก็ต เสริมรายได้ปลายปีบูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) มองแนวโน้มไตรมาส 4/68 สดใส รับแรงหนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรยากาศท่องเที่ยวปลายปี ส่งผลดีต่อพอร์ตโรงแรมในหัวเมืองสำคัญ ขณะที่ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 ทำรายได้รวมเกือบ 505 ล้านบาท กำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) เกือบ 18 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อัตราเข้าพักโรงแรม (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มเป็น 75.7% หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดโรงแรม “Mercure Phuket Patong Journeyhub” ภายในเดือน พฤศจิกายนนี้ หลังรีโนเวทรับทราฟฟิคลูกค้า หนุนผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale” (BOS) เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 3/2568 สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือ (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มขึ้นจาก 66.7% ในไตรมาสก่อน เป็น 75.7% ในไตรมาสนี้ หนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตตามดีมานด์นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ช่วงไฮซีซั่นปลายปีซึ่งมีเทศกาลลอยกระทง คริสต์มาส และปีใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้กลุ่มโรงแรมในทำเลศักยภาพหลัก ได้แก่ สุขุมวิท นิมมาน ป่าตอง และพัทยา ให้เติบโตต่อเนื่อง เสริมด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของภาคประชาชนที่ฟื้นตัวชัดเจนในด้านการบริหารการเงิน บริษัทได้ชำระคืนหนี้และปรับโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่อง เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘สร้าง–ดำเนินงาน–ขาย (Build–Operate–Sell)’ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ความคืบหน้าโครงการใหม่ และการขายสินทรัพย์ผ่าน Tokenization ที่ช่วยเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นนอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับเครือ Accor เซ็นสัญญาแฟรนไชส์ บริหารโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Mövenpick, Mercure และ Handwritten Collection พร้อมได้รับการรับรองเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเป็นทางการ ซึ่งตอกย้ำศักยภาพการบริหารโรงแรมตามมาตรฐานสากล โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ได้เปิดตัวโรงแรม ‘Mercure Phuket Patong Journeyhub’ อย่างเป็นทางการ หลังรีโนเวทปรับโฉมครั้งใหญ่ รับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เสริมฐานรายได้และผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงโค้งสุดท้ายของปีสำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ปี 2568 BC มีรายได้รวม 504.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 17.8 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงจากการดำเนินงานในธุรกิจหลักด้าน ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 BC มีรายได้รวม 80.4 ล้านบาท ลดลง 59.4% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท BPKN3 ซึ่งรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) รวมถึงการจำหน่ายเงินลงทุนบางส่วนในโรงแรม IBIS ในไตรมาส 3/2567 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ รายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานปรับตัวดีขึ้นตามอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในส่วนของ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลขาดทุนลดลงเหลือ 12.1 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดลงของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนใหม่ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 45.0 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากขาดทุน 55.7 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้าโครงสร้างรายได้ตามพื้นที่ดำเนินการ กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ มีรายได้ 79.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สะท้อนการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและความต้องการเข้าพักที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วยโครงการหลัก ได้แก่ ซิทาดีนส์ 8, ซิทาดีนส์ 11, ซิทาดีนส์ 16, โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24, โจโน่ อโศก และเจอร์นีย์ฮับ สุขุมวิท 26กลุ่มโรงแรมต่างจังหวัด มีรายได้ 47.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% QoQ จากดีมานด์ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงแรมในเครือ เช่น เจอร์นีย์ฮับ ภูเก็ต, เจอร์นีย์ฮับ พัทยา, โนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ และไอบิส เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ นอกจากนี้ BC ยังบริหารโครงการของลูกค้าภายนอกในจังหวัดภูเก็ต (กะรน) ภายใต้แบรนด์ของตนเอง “โจโน่ เอ็กซ์” และได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารรายได้และการบริหารโรงแรม ซึ่งเป็นรายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจบริหารจัดการสำหรับธุรกิจศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าโครงการ “โคฟ ฮิลล์” (Cove Hill) ไลฟ์สไตล์มอลล์ในย่านเจริญกรุง มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมสูงขึ้นเป็น 71.4% ในไตรมาส 3/2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 78% ในไตรมาส 4/2568 นอกจากนี้ BC ยังคงมีรายได้บริหารโครงการพื้นที่เช่าแบบมิกซ์ยูส “ซัมเมอร์ พ้อยท์” (Summer Point) ย่านพระโขนง ซึ่งได้จำหน่ายเงินลงทุนสำเร็จในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการ Tokenization เสริมรายได้ค่าบริการอย่างต่อเนื่องให้กลุ่มบริษัทฯ