| อัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือบอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี ที่ทะลุระดับ 5% ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) ทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ราคาพันธบัตร ซึ่งเคลื่อนไหวสวนทางกับผลตอบแทนยังคงย่อตัวลงอย่างต่อเนื่องในการซื้อขายฝั่งเอเชียเมื่อเช้านี้ หลังปิดสัปดาห์ร่วงหนักสุดในรอบปี โดยราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นได้ซ้ำเติมความกังวลของตลาด หลังจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังนำไปสู่แรงเทขายอย่างหนักในตลาดพันธบัตรอีกหลายแห่ง รวมถึงสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น โดยรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ G7 เตรียมนำประเด็นนี้เข้าหารือในการประชุมสัปดาห์นี้ ราคาพันธบัตรที่ร่วงลงยังกดดันไปถึงตลาดหุ้น ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดปรับคาดการณ์แนวโน้มการดำเนิน0นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยขณะนี้ตลาดมองว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมี.ค. 2027 อย่างแน่นอน ซึ่งสะท้อนว่า สงครามอิหร่านเปลี่ยนมุมมองของตลาดพันธบัตรไปอย่างสิ้นเชิง โดยในช่วงเดือนก.พ. ตลาดยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลง 0.25% จำนวน 2 ครั้งในปีนี้ แต่ปัจจุบันประเมินว่า มีโอกาส 3 ใน 4 ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นี้ ด้านนักลงทุนมองว่า แรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรจะยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่การขนส่งพลังงานและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์สงคราม ปรียา มิสรา ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก JPMorgan Asset Management ให้ความเห็นว่าความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรยังน่ากังวล เนื่องจากเหตุผลสองข้อ นั่นคือ บอนด์ยีลด์ประเภทระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก และโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อมุมมองของตลาด โดยสรุปคือ กรอบอัตราดอกเบี้ยได้ขยับขึ้นไปแล้ว แนวโน้มหลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจุบัน บอนด์ยีลด์อยู่สูงกว่าระดับในช่วงปลายเดือนก.พ. ประมาณ 0.50% โดยบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปีพุ่งไปแตะที่ 4.09% ในช่วงต้นของการซื้อขายที่เอเชีย ซึ่งเป็นระดับที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อเดือนก.พ. 2025 ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี อยู่ที่ 4.61% สูงสุดในรอบหนึ่งปี ที่มา Bloomberg |