จับตาบาทอ่อนค่า! รับปัจจัยฤดูกาล-ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ซ้ำเติมพลังงาน

รูป จับตาบาทอ่อนค่า! รับปัจจัยฤดูกาล-ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ซ้ำเติมพลังงาน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 เม.ย. 69 3:59: น.

นักวิเคราะห์หลายสำนักเตือนว่า เงินบาทไทยเสี่ยงติดกลุ่มค่าเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีก เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การนำเข้าพลังงาน และความเสี่ยงด้านบัญชีเดินสะพัดของไทย โดยเงินบาทอ่อนค่าลงมากกว่า 4% นับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. และอาจแตะ 33.90 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาสนี้


MUFG Bank ระบุว่า ไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานที่สูง ส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ ขณะที่ Malayan Banking Bhd. กล่าวว่า ปัจจัยตามฤดูกาลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลายเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในช่วงไตรมาสที่ 2


สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 4% ตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. โดยเป็นรองเพียงค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์เมื่อเทียบในภูมิภาคเอเชีย แม้ค่าเงินบาทจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงต้นเดือนเม.ย. หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่ล่าสุดเริ่มกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งเนื่องจากการเจรจาของทั้งสองฝ่ายหยุดชะงัก


ขณะที่นักยุทธศาสตร์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจาก MUFG Bank ในสิงคโปร์ มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน “เรายังคงเห็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท เนื่องจากไทยมีการขาดดุลการค้าสุทธิในกลุ่มน้ำมันและก๊าซสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย อย่างที่ทราบกันดีว่า การที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ยังประเมินว่า ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงแตะ 33.90 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทอยู่ในกรอบที่อ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025


ที่มา Bloomberg





Related Topics