วันเคอขาดทุนครึ่งปีแรกแตะ 1.495 หมื่นล้านหยวน มาตรการรัฐจีนยังไม่พอพลิกฟื้นอสังหาฯ ส่งสัญญาณอะไรถึงพอร์ตนักลงทุน
China Vanke หรือวันเคอ หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน รายงานผลขาดทุนสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 2026 เพิ่มเป็น 1.495 หมื่นล้านหยวน หรือราว 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.195 หมื่นล้านหยวน สะท้อนว่าแรงกดดันในภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่คลี่คลาย แม้ภาครัฐจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นแล้วก็ตาม ขณะที่รายได้รวมลดลง 33% เหลือ 7.017 หมื่นล้านหยวน และรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ลดลงถึง 46%
แรงกดดันยังลามไปทั้งรายได้และสภาพคล่อง
งบการเงินของบริษัทชี้ชัดว่า สภาพแวดล้อมการดำเนินงานในปัจจุบันยัง “ท้าทายอย่างยิ่ง” และภารกิจลดความเสี่ยงยังคงยากลำบาก แม้ธุรกิจบริการอสังหาฯ และโลจิสติกส์จะช่วยพยุงรายได้บางส่วน แต่ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมและการลงทุนที่เกี่ยวข้องยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภาพนี้ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งเคยพึ่งพาภาคอสังหาฯ เป็นแกนหลัก ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน
กรณีของวันเคอไม่ใช่เพียงปัญหาของบริษัทเดียว เพราะในปีที่แล้วบริษัทขาดทุนรวมถึง 8.86 หมื่นล้านหยวน และยังส่งผลต่อผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเชนเจิ้น เมโทร ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนด้วย แรงกระแทกดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาว่า การอุ้มภาคอสังหาฯ ผ่านมาตรการรัฐอาจช่วยประคองได้เพียงบางส่วน แต่ยังไม่พอเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะสั้น
ปรับโครงสร้างหนี้และเปลี่ยนบอร์ดเพื่อคุมความเสี่ยง
วันเคอเริ่มเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้หุ้นกู้ในประเทศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และสามารถปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 9.3 พันล้านหยวน โดยจ่ายคืนเงินต้น 40% พร้อมขยายเวลาชำระส่วนที่เหลืออีก 1 ปี อีกทั้งยังได้รับเงินกู้เพิ่มเติมจากเชนเจิ้น เมโทร อย่างไรก็ตาม Fitch ประเมินว่าสภาพคล่องของวันเคอจะยังตึงตัวในระยะใกล้ โดยบริษัทมีหนี้ในตลาดทุนอีก 2 หมื่นล้านหยวน ที่ครบกำหนดระหว่างเดือนธันวาคม 2026 ถึงพฤศจิกายน 2027
การปรับคณะกรรมการครั้งใหญ่ยังสะท้อนบทบาทของรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นที่เข้ามาคุมเชิงลึกมากขึ้น โดยฮวง อวี้ อดีตรองผู้อำนวยการหน่วยงานกำกับดูแลการเงินเซินเจิ้น ขึ้นเป็น President ส่วนสวี เอินลี่ อดีตประธานบริษัททางด่วนเซินเจิ้น ขึ้นเป็น Chairman ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าแผนลดต้นทุนและขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ยอดขายบ้านจีนอ่อนแรง แม้เมืองใหญ่เร่งกระตุ้น
ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่ทั่วประเทศจีนช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2026 ลดลง 13.2% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนว่ากำลังซื้อยังอ่อนแอและความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มที่ แม้เมืองใหญ่บางแห่งพยายามออกมาตรการหนุน เช่น ปักกิ่งปรับเพิ่มวงเงินกู้จากกองทุนออมเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ Housing Provident Fund ซึ่งเป็นระบบออมภาคบังคับที่พนักงานและนายจ้างจ่ายสมทบ เพื่อใช้กู้ซื้อบ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ขณะเดียวกันรัฐบาลกลางเตรียมปรับกฎในเดือนกันยายน เพื่อให้สามารถใช้เงินในกองทุนนี้จ่ายค่าเช่าและค่าปรับปรุงบ้านได้เพิ่มเติม นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายปลดล็อกเงินออมในระบบให้หมุนกลับสู่การบริโภค แต่ตลาดยังต้องรอดูว่าจะส่งผ่านไปสู่กำลังซื้อจริงได้มากน้อยเพียงใด
ผลต่อพอร์ตนักลงทุนไทยและสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับตลาดหุ้นไทย ผลกระทบจากวิกฤตอสังหาฯ จีนอาจไม่ได้มาโดยตรง แต่จะส่งผ่านผ่าน sentiment และห่วงโซ่อุปทาน กลุ่มที่ควรจับตาได้แก่ วัสดุก่อสร้าง และ รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งอาจถูกกดดันจากภาพรวมอสังหาฯ จีน ขณะที่ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และ โลจิสติกส์ อาจได้อานิสงส์หากมาตรการกระตุ้นของจีนช่วยให้กำลังซื้อนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว
ในมุมของสินทรัพย์ปลอดภัย ความเสี่ยงภาคอสังหาฯ จีนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงช่วงหนึ่ง ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลคุณภาพสูงจึงมีบทบาทเป็นตัวชะลอความผันผวน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กระแสเงินอาจยังไหลเข้าทองคำต่อเนื่อง แต่ถ้ารัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่จนช่วยลดความกังวลได้ เงินอาจไหลกลับสู่หุ้นวัฏจักร และทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไร
ด้านตราสารหนี้ นักลงทุนควรระวังหุ้นกู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาฯ จีน เพราะกรณีวันเคอย้ำว่า credit spread หรือส่วนต่างผลตอบแทนที่ชดเชยความเสี่ยงยังไม่แคบลงง่าย หลักคิด Flow Follows Yield ยังทำงานชัดเจนในรอบนี้ คือเงินจะไหลไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนปลอดภัยและมีความมั่นใจสูงกว่า ดังนั้นนักลงทุนไทยควรจัดพอร์ตให้สมดุล และพร้อมปรับน้ำหนักเมื่อเห็นสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนชัดเจนขึ้น
- ประเด็นหลัก: วันเคอขาดทุนเพิ่ม สะท้อนอสังหาฯ จีนยังอ่อนแรง
- ความเสี่ยง: สภาพคล่องตึงตัว หนี้ครบกำหนดจำนวนมากในช่วงปี 2026-2027
- โอกาสลงทุน: ทองคำและพันธบัตรยังเป็นตัวช่วยลดความผันผวน
- ธีมที่ต้องติดตาม: มาตรการกระตุ้นจีน การฟื้นตัวของอุปสงค์ และผลต่อหุ้นไทย