| โบรกฯ แย้มดีลตั้ง JV ระหว่าง SCGC และ PTTGC รอความชัดเจน ต.ค.นี้ บล.ดาโอ ชี้มีมุมมองเป็นกลาง คาดผลงานไตรมาส 3/69 ทั้ง 2 บริษัทจะปรับตัวดีขึ้น ด้าน บล.ฟินันเซียฯ รอประเมินผลกระทบกำไร - ราคาหุ้น เชียร์ชื้อ SCC ชูเป้า 312 บ./หุ้น ส่วน บล.ยูโอบี คาดราคาหุ้นรับรู้ปัจจัยบวกไปแล้ว พร้อมปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ" ผู้สื่อข่าวรายงานว่า PTTGC และ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงความคืบหน้าในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือทางธุรกิจในสายธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย โดยการหารือระหว่าง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC และ PTTGC ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (JV) มีความคืบหน้าอย่างดีและได้เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อยืนยันข้อมูลและอยู่ระหว่างการตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรม ทั้งนี้บริษัททั้งสองคาดว่าจะสรุปสาระสำคัญของธุรกรรม รวมถึงโครงสร้างการถือหุ้น ขั้นตอนการทาธุรกรรมและมูลค่าประโยชน์ร่วมที่ประเมินได้ ภายในเดือน ต.ค.69 อย่างไรก็ตาม "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงรวบรวมมุมมองจากโบรกเกอร์ถึงประเด็นดังกล่าวมาให้ผู้ลงทุนได้พิจารณากัน บล.ดาโอ ชี้ดีลตั้ง JV ระหว่าง SCC และ PTTGC มีมุมมองเป็นกลาง - คาดผลงาน Q3/69 ดีขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ว่ามีมุมมองเป็นกลางต่อข่าวนี้ ซึ่งเชื่อว่าบริษัททั้งสองกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาแล้ว อย่างไรก็ดียังไม่สามารถประเมินผลกระทบของดีลที่เป็นไปได้นี้ต่อผลประกอบการของทั้งสองบริษัทได้ เนื่องจากข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เชื่อว่า PTTGC อาจจะรวมผลประกอบการของ JV ที่เป็นไปได้นี้ในอนาคต เนื่องจาก PTTGC จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ SCC อาจจะรับรู้ผลประกอบการของ JV ผ่านวิธีส่วนได้ส่วนเสีย (equity method) สำหรับภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 3/69 เชื่อว่าทั้งสองบริษัทจะเห็นผลประกอบการที่ดีขึ้น YoY ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ olefins ที่ดีขึ้น แต่กำไรน่าจะอ่อนตัว QoQ จากฐานที่สูง ในขณะเดียวกัน SCC น่าจะรายงานปริมาณขายรวมที่ต่ำลง QoQ เนื่องจากการหยุดดำเนินงานของโรงแครกเกอร์ ROC และโครงการ Long Son Petrochemical Complex (LSP) โดยมีคำแนะนำสำหรับหุ้นทั้งสองดังนี้ PTTGC (ถือ/เป้า 46.00 บาท) และ SCC (ซื้อ/เป้า 290.00 บาท) บล.ฟินันเซียฯ คาดผลกระทบกำไร - ราคาหุ้นรอชัดเจน ต.ค.นี้ เชียร์ชื้อ SCC ชูเป้า 312 บ./หุ้น บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SCGC และ PTTGC มีความคืบหน้าในการจัดตั้ง JV ธุรกิจ Olefins และ Polyolefins ในไทย โดยคาดว่า PTTGC จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ SCC จะยังคงถือหุ้นสำคัญ การรวมสินทรัพย์จะช่วยเพิ่มขนาดธุรกิจ ลดต้นทุนและความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและกำลังการผลิต รวมถึงยกระดับการแข่งขันในภูมิภาค อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อกำไรและราคาหุ้นยังต้องรอรายละเอียดโครงสร้างดีล มูลค่าสินทรัพย์ และ synergies ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนภายใน ต.ค.69 นอกจากนี้การกลับมาเดินเครื่อง ROC และโอกาสที่ LSP จะเริ่มดำเนินงานเร็วกว่ากำหนด อาจเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น โดย LSP มีศักยภาพช่วยลดต้นทุนและเพิ่ม margin ราว USD200/ตัน โดยสำหรับ SCC คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 312 บาท บล.ยูโอบี แย้มดีลใกล้จบ แต่ราคาหุ้นรับรู้ปัจจัยบวกไปแล้ว ปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ" บล. ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุการ JV ระหว่าง PTTGC และ SCGC ยังอยู่ในขั้น due diligence โดยคาดสรุปเงื่อนไขสำคัญภายใน ต.ค. 69 และเริ่มดำเนินงานในครึ่งปีหลังของปี 70 โดยหากสำเร็จจะช่วยเพิ่ม scale, feedstock flexibility และลดต้นทุนซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็น structural positive ต่อความสามารถแข่งขันในระยะยาว แม้ระยะสั้นอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังเผชิญภาวะ oversupply โดยฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักกลุ่ม MARKET WEIGHT โดยชอบ TOP และ SCGP มากกว่า ขณะที่ปรับคำแนะนำ PTTGC และ SCC ลงเป็น "ถือ" |