| เมย์แบงก์ฯ มองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปี 69 เติบโตไม่โดดเด่น คาดกำไรเติบโตเพียง 3-5% จากฐานปีก่อนที่สูง จากการเร่งส่งออก และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ชู "BBIK" เป็นหุ้นโดดเด่นเพียงตัวเดียว รับดีมานด์ลงทุนของลูกค้าและบริการใหม่ๆ ทั้ง AI และ Cloud บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ ยังคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่มบริการด้านเทคโนโลยี เนื่องจากกำไรปกติปี 69 เติบโตไม่โดดเด่น ทั้งใน 1Q69 และภาพรวมทั้งปี โดยคาดการณ์ว่าบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีทั้งหมด (ยกเว้น BBIK) จะมีอัตราการเติบโตของกำไรปกติปี 69 เพียง 3-5% เท่านั้น จากรายงานแนวโน้มปี 69 (Year Ahead 2026 เผยแพร่เมื่อ 13 ม.ค. 69) เลือก HUMAN และ BBIK เป็นหุ้นเด่น แต่ขณะนี้ได้ถอด HUMAN ออกจากหุ้นเด่น เนื่องจากกำไรปกติต่อหุ้นปี 69 มีแนวโน้มเติบโตเพียง 4% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง นอกจากนี้ได้ปรับลดราคาเป้าหมาย (อ้างอิงวิธี DCF) ลงเหลือ 8.30 บาท จากเดิม 9.80 บาท สำหรับ BBIK ได้กลายเป็นหุ้นเด่นเพียงรายเดียวของเราเนื่องจาก 1) มีการเติบโตของกำไรปกติแข็งแกร่งที่สุดใน 1Q69 (+10% YoY) และปี 69 (+12% YoY) และ 2) มีอัตราส่วน P/E ปี 69-70 ที่ต่ำที่สุดในกลุ่ม กำไรปกติ 1Q69 ของกลุ่มไม่โดดเด่น คาดว่า NETBAY, HUMAN และ SKY จะมีกำไรเติบโตอ่อนแอเมื่อเทียบ YoY ใน 1Q69 โดยคาดว่ากำไรปกติของ NETBAY ใน 1Q69 จะลดลง 16% YoY เนื่องจากฐานที่สูงใน 1Q68 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออก สำหรับ HUMAN คาดว่ากำไรปกติจะทรงตัว YoY เนื่องจากรายได้ที่โต 15% จะถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง (ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกี่ยวกับ Cloud Hosting และค่าบำรุงรักษาซอฟต์แวร์) ส่วน SKY คาดว่ากำไรปกติ 1Q69 จะเติบโต 6% YoY เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่เริ่มฟื้นตัวในเดือน ก.พ. 69 ยกเว้น BBIK ที่มีแนวโน้มเติบโต 10% YoY สำหรับ BBIK คาดกำไรปกติ 1Q69 ที่ 80 ล้านบาท (+10% YoY, -37% QoQ) บนรายได้ 389 ล้านบาท (+12% YoY, -14% QoQ) โดยปัจจัยหนุนรายได้ YoY ได้แก่ 1) โครงการที่ล่าช้าจากช่วง เม.ย.-ส.ค. 68 (ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามการค้า) และ 2) งบลงทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของลูกค้า เช่น ธนาคารไร้สาขา (Virtual banks) ที่ต้องเร่งงบลงทุนใน 1H69 เพื่อเริ่มดำเนินงานกลางปี 69 และธนาคารดั้งเดิมที่ใกล้เต็มกำลังของระบบหลังบ้าน ต้องขยายระบบ IT เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น BBIK เป็นหุ้นเด่นเพียงรายเดียว BBIK เป็นหุ้นเด่นเนื่องจาก 1) การเติบโตของกำไรปกติที่แข็งแกร่งที่สุดใน 1Q69 (+10% YoY) และปี 69 (+12% YoY); และ 2) อัตราส่วน P/E ปี 69/70 อยู่ที่ 9.5 เท่า และ 8.7 เท่า ตามลำดับ ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่ม คาดการณ์กำไรปกติปี 69 ของ BBIK จะเติบโต 12% (เทียบกับ 3-5% ของอีกสามบริษัทที่เหลือ) โดยได้รับแรงหนุนจากงบลงทุนที่จำเป็นของลูกค้าและบริการใหม่ๆ รวมถึง AI และ Cloud สำหรับการใช้งาน AI ที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน (เครื่องมือจัดการทรัพยากร), การคาดการณ์ความคุ้มค่าของต้นทุน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล (Personalised offerings) การย้ายพื้นที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลไปยัง Cloud ควรได้รับการสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของความจุ Data Center ในไทย (ซึ่งช่วยให้ Latency ดีขึ้นและตอบโจทย์ Data Residency) ทั้งนี้ BBIK ยังคงเห็นความต้องการบริการที่ดีในเดือน มี.ค.-เม.ย. 69 แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม |