| THAI แถลงขอโทษผู้โดยสารหลังเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 100% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เผยสาเหตุหลักจากวิกฤตน้ำท่วมรอบนอกกรุงเทพฯ ทำพนักงานปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่วิชาชีพเฉพาะไม่สามารถออกจากพื้นที่มาทำงานได้ แม้จัดรถทหารเข้ามารับ พร้อมประสานกองทัพ-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เสริมกำลังพลเร่งระบายกระเป๋าสัมภาระตกค้างกว่า 5,600 ใบ และปรับลดเที่ยวบินลงประมาณ 30% เพื่อเซ็ตซีโร่ระบบ คาดจะสามารถควบคุม และ คลี่คลายสถานการณ์หน้างานได้ภายใน 72 ชั่วโมง นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัญหาสัมภาระของผู้โดยสาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ตกค้างสะสมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระล่าช้านั้น โดยมีสาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพนักงานปฏิบัติการ ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่มีใบอนุญาตปฏิบัติงานเฉพาะทาง (Special Skill) เช่น โหลดมาสเตอร์ และ เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรในลานจอด ซึ่งเข้ามาทำงานได้เพียงครึ่งเดียวของจำนวนที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า บริษัทฯ จะประสานขอความช่วยเหลือจากกองทัพในการนำรถทหารเข้าไปรับพนักงานถึงบ้านในพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ยังติดขัด เนื่องจากพนักงานบางส่วนต้องดูแลครอบครัวในจุดที่ระดับน้ำยังสูง นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาคลังสินค้า (Cargo) ล้น เนื่องจากผู้ประกอบการฝั่งรับสินค้าไม่สามารถมารับของได้ ทำให้ตกค้างอยู่บนอุปกรณ์ขนถ่าย และ กีดขวางการทำงานในลานจอด ทั้งนี้ การบินไทย ได้รับผลกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น เนื่องจากมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ทำให้ต้องจัดการกิจกรรมทางบินทั้งหมด ทั้งอาหาร คาร์โก้ และ สัมภาระ ณ จุดนี้ แตกต่างจากสายการบินต่างชาติที่เตรียมการมาจากต้นทาง ***มาตรการแก้ไขเร่งด่วน 1. ปรับลดกำลังการผลิต (Reduce Capacity) โดยตัดลดเที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทพฯ ลงประมาณ 30% จากราว 110 เที่ยวบิน เหลือลดลงประมาณ 30 เที่ยวบิน และ ทำการโอนถ่ายผู้โดยสาร เพื่อลดความแน่นหนา และ ฟื้นฟูระบบการบินให้กลับมาตรงเวลา 2. ดึงผู้ประกอบการรายอื่น และ ขอรับการสนับสนุน โดยกระทรวงกลาโหม และ กองทัพอากาศได้สนับสนุนกำลังพลกว่า 100 นาย เข้ามาช่วยงานด้านสัมภาระ และ คาร์โก้ พร้อมทั้งดึงพนักงานออฟฟิตของการบินไทยลงพื้นที่หน้างาน 3.การบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระตกค้าง การลำเลียงกระเป๋าตกค้างประมาณ 5,600 ใบ ออกมาจากด้านใน เพื่อแยกไม่ให้ปะปนกับกระเป๋าของเที่ยวบินใหม่ จัดพื้นที่ ณ เมนเทอร์มินัล โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้ผู้โดยสารมารับกระเป๋าคืนได้ ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเที่ยวบินผ่านทาง Facebook Page และ เว็บไซต์ของการบินไทย จัดส่งกระเป๋าถึงบ้านผู้โดยสารผ่านผู้ให้บริการขนส่ง 3 ราย ซึ่งแบ่งเป็น ผู้ให้บริการ 2 รายเดิม และ 1 รายใหม่ คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 4. การเยียวยาผู้โดยสาร บริษัทฯ เตรียมตั้งโต๊ะบริการช่วยเหลือ และ พิจารณาค่าชดเชย ให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบตามเกณฑ์มาตรฐาน "ผมขอยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤตทางธรรมชาติ และ เกิดเหตุที่หน้างาน ไม่ได้เกิดจากการนัดหยุดงาน หรือ เกิดจากเจตนาร้ายของพนักงาน ซึ่งเราตั้งเป้าหมายที่จะเร่งคลี่คลายสถานการณ์สัมภาระตกค้าง และ เซ็ตระบบการบิน ให้กลับสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง"นายชาย กล่าว สำหรับ กระแสข่าวทางโซเชียล ที่ออกมาให้ทาง ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ AOT ดำเนินการทางกฎหมายกับทางการบินไทย ต่อปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นทางผู้สื่อข่าว ตรวจสอบสัญญาของ AOT ต่อการบินไทย พบว่า มีข้อจำกัดทางกฎหมายที่สำคัญว่า ไม่มีเงื่อนไขค่าปรับในสัญญาเดิม โดยสัญญาสัมปทานภาคพื้นของการบินไทยเป็นสัญญาฉบับเก่าที่ทำไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีระยะเวลาผูกพันยาวนานถึง 35 ปี และ ไม่ได้มีการระบุเงื่อนไขค่าปรับ หรือ บทลงโทษกรณี "บริการล่าช้า" | .  | |