| Nvidia เพิ่มวงเงินโครงการซื้อหุ้นคืนสูงเป็นประวัติการณ์ 150,000 ล้านดอลลาร์ แซงสถิติการซื้อหุ้นคืนของ Apple ซึ่งเคยทำไว้ที่ 110,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2024 ขณะที่การแข่งขันในตลาดชิป AI ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง และกดดันผลการดำเนินงานในตลาดของ Nvidia นับจนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 ก.ย.) ราคาหุ้น Nvidia เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปีนี้ ใกล้เคียงกับดัชนีแนสแดค 100 แต่ยังตามหลังคู่แข่ง อาทิ AMD ซึ่งราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ขณะที่ Intel เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ข้อมูลที่ LSEG รวบรวมระบุว่า การเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ของ Nvidia มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าตลาดของบริษัท 84% ที่อยู่ในดัชนี S&P 500 โดย ณ สิ้นไตรมาสเดือนก.ค. Nvidia มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 22,440 ล้านดอลลาร์ โดยครั้งล่าสุดบริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 80,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพ.ค. นักลงทุนเริ่มตั้งคำถาม การลงทุน AI จะเติบโตได้นานเพียงใด ท่ามกลางการเร่งลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI นักลงทุนเองเริ่มตั้งคำถามว่า การลงทุนมหาศาลที่ผลักดันให้ Nvidia ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกนั้น จะสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ อุปสงค์ที่แข็งแกร่งต่อชิป AI ซึ่งมีราคาสูง ช่วยให้ Nvidia สร้างกระแสเงินสดมหาศาล บริษัทจึงนำเงินสดส่วนหนึ่งมาเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนที่ยังเหลืออยู่เป็น 235,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะทยอยใช้จนถึงปีงบประมาณ 2028 นักวิเคราะห์จาก Emarketer กล่าวว่า “การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI จะไม่สามารถเดินหน้าด้วยอัตราปัจจุบันได้ตลอดไป แต่ Nvidia กำลังส่งสัญญาณว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าอุปสงค์ต่อฮาร์ดแวร์และบริการของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว” และเพิ่มเติมว่า “การสร้างกระแสเงินสดของ Nvidia ในปัจจุบันแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้บริษัทเชื่อว่าสามารถเดินหน้าลงทุนในธุรกิจอย่างหนักได้ต่อไป พร้อมกับคืนเงินให้แก่ผู้ถือหุ้น” ข้อมูลจาก LSEG ยังระบุว่า หุ้น Nvidia ซื้อขายที่ Forward P/E ประมาณ 16.5 เท่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2015 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 15 ปี ซึ่งอยู่ที่ 30 เท่า โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นี่อาจเป็นสัญญาณสะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรที่ชะลอตัวลง เบน แบร์ริงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Quilter Cheviot กล่าวว่า การซื้อหุ้นคืนของ Nvidia มีลักษณะคล้ายแนวทางของ Apple ซึ่งใช้การซื้อหุ้นคืนเพื่อช่วยพยุงราคาหุ้นในช่วงที่การเติบโตชะลอตัวและอัตราส่วนมูลค่าหุ้นถูกกดดัน ที่มา Reuters |