| Krungthai COMPASS เผยส่งออกไทยเดือน ส.ค. 69 แตะ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 24.3% รับแรงหนุนสินค้าเทคโนโลยี-อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ขณะที่นำเข้าโต 25.1% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกทั้งปีเป็น 14.3% จากเดิม 9.5% ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ส.ค. 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 21.6% แต่ต่ำกว่าคาดการณ์ที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 24.9% โดยหากไม่รวมทองคำ การส่งออกขยายตัว 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ การส่งออกมีแรงขับเคลื่อนสำคัญยังมาจาก สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 29 ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรกลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือนที่ 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สหรัฐฯ ยังเป็นตลาดหลัก ส่งออกโต 48.7% สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ พบว่าส่วนใหญ่ยังขยายตัว โดยเฉพาะ สหรัฐฯ ที่เติบโต 48.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 35 โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตดี ขณะที่การส่งออกไป ตะวันออกกลางลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเอเชียใต้ลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ด้านการนำเข้าเดือน ส.ค. 2569 มีมูลค่า 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 25.1%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 36.7% และต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 31.4% โดยการนำเข้าที่ขยายตัวมาจากสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ใช้สำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกล ส่งผลให้ ดุลการค้าเดือน ส.ค. 2569 ขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 อัพเป้าส่งออกปี 69 โต 14.3% ทั้งนี้ จากแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีที่ขยายตัวสูง ทำให้ Krungthai COMPASS ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกไทยปี 2569 เป็น 14.3% จากเดิม 9.5% อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยฯ มองว่ามี 2 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความต่อเนื่องของแรงส่งจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และ สถานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลต่อเนื่อง สำหรับ การส่งออกที่เติบโตสูงในช่วงที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์หลักจากสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งดัชนีการส่งออกล่าสุดเมื่อเทียบกับปีฐาน 2567 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 327 สะท้อนวัฏจักรเทคโนโลยีขาขึ้นที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI เดือน ก.ค. ในกลุ่ม Computer & HDD ที่อยู่ในระดับสูงถึง 128 ทั้งนี้ การฟื้นตัวของภาคส่งออกและการผลิตยังไม่กระจายตัวทั่วถึง โดยสินค้ากลุ่มอื่น เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วน และวัสดุก่อสร้าง ยังคงทรงตัวและเผชิญแรงกดดัน นอกจากนี้ การส่งออกในกลุ่มเทคโนโลยีดังกล่าวมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศค่อนข้างต่ำ หรือมี Local Content ต่ำ ทำให้การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างมูลค่าเพิ่มกลับเข้าสู่เศรษฐกิจไทยได้อย่างจำกัด อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดในเดือน ก.ค. ยังคงติดลบเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน สาเหตุสำคัญมาจากมูลค่าการนำเข้าที่อยู่ในระดับสูง ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. 2569 การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อผลิตสินค้าเพื่อส่งออก หรือ Export-oriented ขยายตัวถึง 51.3%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้สุทธิด้านบริการที่ติดลบ จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังชะลอตัว จับตาภูมิรัฐศาสตร์-น้ำมัน กระทบดุลบัญชีเดินสะพัด มองไปข้างหน้าว่า เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยอาจมีความเปราะบางเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งอาจกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้าพลังงานและกดดันสถานะ ดุลบัญชีเดินสะพัด ของไทยในระยะต่อไป |