ตลาดบอนด์สหรัฐกำลังกลับเข้าสู่ภาวะสงบหลังความผันผวนจากสงครามอิหร่านคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์บ่งชี้ว่าความนิ่งรอบนี้อาจไม่ยืนนาน โดยนักลงทุนบางส่วนเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นว่าความผันผวนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งอายุยาว ซึ่งมักอ่อนไหวต่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อพลังงาน
ข้อมูลในข่าวระบุว่า ดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังต่อการแกว่งตัวของตลาดบอนด์ลดลงมาใกล้ระดับต่ำสุดของปี และกลับลงสู่ระดับก่อนเกิดความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทนลดลงจากจุดสูงสุดในรอบ 19 ปี เนื่องจากตลาดเริ่มมองโอกาสข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมากขึ้น
ความเสี่ยงที่ตลาดอาจมองข้าม
แม้บรรยากาศโดยรวมจะดูผ่อนคลาย แต่ Morgan Stanley เตือนว่า ความคาดหวังต่อความสงบอาจมองข้ามความเสี่ยงสำคัญ เช่น การหยุดชะงักของตลาดพลังงาน หรือการยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวถูกตีราคาใหม่อย่างรวดเร็ว หากราคาพลังงานปรับขึ้นแรง ต้นทุนเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันต่อบอนด์ยีลด์และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์บอกอะไร
ในเชิงกลยุทธ์ ข่าวนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังซื้อความนิ่งผ่าน options หลายรูปแบบ ทั้ง straddles, strangles และ short straddle เพื่อเก็งการเคลื่อนไหวของราคาพันธบัตรไม่ว่าขึ้นหรือลง ขณะเดียวกัน Treasury options skew ที่เคยเอนเอียงไปทาง put ได้กลับมาใกล้สมดุลมากขึ้น สะท้อนว่าตลาดเริ่มเปิดรับทั้งความเสี่ยงบอนด์ยีลด์ลงหรือพุ่งขึ้นมากขึ้น
ผลกระทบต่อพอร์ตลงทุน
สำหรับนักลงทุนไทย ภาพดังกล่าวชี้ว่าการกระจายพอร์ตระหว่างหุ้น บอนด์ และทองคำยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะหากความผันผวนของบอนด์สหรัฐและความเสี่ยงด้านพลังงานกลับมาสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง นักลงทุนที่มีสินทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศควรติดตามทั้งทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและสัญญาณจากตลาดอนุพันธ์อย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในมุมมองของตลาดอาจนำไปสู่การปรับพอร์ตครั้งใหญ่ได้
เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้ว บอนด์สหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ช่วงสงบชั่วคราวมากกว่าการกลับสู่ภาวะนิ่งถาวร ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และเงินเฟ้อ ยังเป็นตัวแปรหลักที่สามารถดันความผันผวนให้กลับมาได้ทุกเมื่อ