เรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 2 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและมุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่นและจีน สะท้อนสัญญาณการคลายการปิดกั้นการขนส่งก๊าซ LNG บางส่วนจากตะวันออกกลาง แต่ปริมาณที่ยังอยู่ในระดับต่ำบ่งชี้ว่า ซัพพลาย LNG โลก ยังคงตึงตัวจากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
การที่เรือขนส่ง LNG จำนวน 2 ลำ แล่นผ่านฮอร์มุซ มีนัยอะไร
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าเรือ Mraweh ซึ่งเป็นของบริษัท Abu Dhabi National Oil Co. (ADNOC) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยบรรทุกก๊าซธรรมชาติราว 62,000 เมตริกตัน และได้ออกจากอ่าวเปอร์เซียแล้ว ขณะที่เรือ Mubaraz อีกลำซึ่งเป็นของ ADNOC เช่นกันก็ผ่านช่องแคบไปแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเทียนจินของจีน
นักวิเคราะห์หลักจาก Kpler ระบุว่า “การผ่านของเรือทั้งสองลำเป็นสัญญาณสำคัญว่า การส่งออก LNG จากตะวันออกกลางกำลังเริ่มกลับคืนหลังจากถูกปิดกั้นนานสองเดือน” ข้อความดังกล่าวสะท้อนว่าการขนส่ง LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการส่งออกพลังงานจากภูมิภาคนี้ และต่อความมั่นคงของตลาดก๊าซธรรมชาติในเอเชีย
ผลกระทบต่อตลาด LNG เอเชีย
การหยุดชะงักดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการจัดส่งและตลาด LNG ทั่วโลก โดย IEA ประเมินว่าการสูญเสียซัพพลาย LNG สะสมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจแตะ 1.2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร ภายในปี 2030 และจะเพิ่มขึ้น 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับทุกๆ เดือนที่ยังมีการปิดกั้นเส้นทางอยู่
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้
- ติดตามว่าการผ่านของเรือที่บรรทุก LNG จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่หลังจากนี้
- ติดตามทิศทางซัพพลาย LNG ไปญี่ปุ่น จีน และตลาดเอเชียที่ตึงตัว
- ติดตามความเสี่ยงด้านซัพพลายเมื่อเข้าสู่ช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงในฤดูร้อน
Timeline เหตุการณ์ถัดไป: ติดตามรายงานการส่งมอบ LNG รอบถัดไปในสัปดาห์หน้า และข้อมูลซัพพลายเอเชียในเดือนถัดไป เพื่อประเมินว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือไม่