ยอดระดมทุนบอนด์ตลาดเกิดใหม่ พุ่ง 200% ทะลุ 4.6 หมื่นล้านดอลล์ในเม.ย.

รูป ยอดระดมทุนบอนด์ตลาดเกิดใหม่ พุ่ง 200% ทะลุ 4.6 หมื่นล้านดอลล์ในเม.ย.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 เม.ย. 69 16:01 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ยอดขายพันธบัตรในสกุลเงินดอลลาร์และยูโรจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเดือนเม.ย. ปีนี้ เพิ่มขึ้น 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสามารถระดมทุนรวมทั้งสิ้น 46,000 ล้านดอลลาร์ (นับจนถึงวันศุกร์) เนื่องจากรัฐบาลและภาคเอกชนเร่งจับจังหวะความเชื่อมั่นในตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากยอดขายพันธบัตรดิ่งลงอย่างรุนแรงในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามบั่นทอนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในขณะนี้ เมื่อตลาดกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้งและดัชนีหุ้นมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับไปเท่าระดับก่อนเกิดสงคราม ตลาดเกิดใหม่จึงกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนที่ได้รับความนิยมอีกครั้งสำหรับนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนสูง

ลอรา เรียร์ดอน ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก MFS Investment Management กล่าวว่า "ดูเหมือนว่าตลาดพันธบัตรเกิดใหม่ส่วนใหญ่จะก้าวข้ามความเสี่ยงจากสงครามไปได้แล้วในขณะนี้ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่เตรียมการไว้ก่อนเกิดความขัดแย้งและถูกระงับไป ได้เริ่มกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ประกอบกับนักลงทุนมีเงินสดพร้อมลงทุนหลังจากตลาดเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ"

เรียร์ดอนตั้งข้อสังเกตถึงประวัติการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากวิกฤตการแพร่ระบาดและสงครามในยูเครน แม้ว่าหลายประเทศจะได้รับผลกระทบหนักจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเมื่อเดือนที่แล้ว แต่กลุ่มประเทศผู้ผลิตพลังงานในแอฟริกาและลาตินอเมริกากลับได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ กระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วย

เหล่านักลงทุนต่างเข้าซื้อตราสารหนี้จากประเทศผู้ส่งออกพลังงานอย่างบราซิลและกาตาร์ ขณะที่การเสนอขายจากตุรกีและโปแลนด์ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากพันธบัตรใหม่มักจะให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรเดิมที่มีอยู่ในตลาด บริษัทชื่อดังอย่าง Banco do Brasil SA ได้กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง พร้อมกับบริษัทขนาดเล็กอย่าง Eldik Bank จากคีร์กีซสถาน ที่ใช้จังหวะที่สภาวะตลาดเอื้ออำนวยในการเปิดขายพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์เป็นครั้งแรก

ปัจจัยกระตุ้นสำคัญคือต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวลดลง นับตั้งแต่อิหร่านและสหรัฐอเมริกาตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Yield Premium) เฉลี่ยที่นักลงทุนต้องการจากการถือครองพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ของรัฐบาลตลาดเกิดใหม่เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.45% ซึ่งต่ำกว่าระดับในช่วงก่อนเริ่มสงคราม

ที่มา Bloomberg



Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai

ยอดระดมทุนบอนด์ตลาดเกิดใหม่ พุ่ง 200% ทะลุ 4.6 หมื่นล้านดอลล์ในเม.ย.