ราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ภายใต้แรงกดดันเชิงขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากความวิตกว่าอาจเกิดการขาดแคลนอุปทาน ส่งผลให้ทั้งประเทศและบริษัทเร่งสะสมสินค้าคงคลัง น้ำมันปาล์มใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารหลากหลายประเภทตั้งแต่น้ำมันปรุงอาหารมาการินไปจนถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และในระยะยาว ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มจากสงครามอิหร่านยังหนุนความต้องการน้ำมันปาล์มในฐานะวัตถุดิบสำหรับไบโอดีเซล
ราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซและความเสียหายต่อโรงงานผลิตบางแห่งจากการสู้รบ ทำให้เกษตรกรรายย่อยชะลอการปลูกทดแทน อุณหภูมิสูงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังเป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยว คาดว่าจะส่งผลให้ผลผลิตในมาเลเซียและอินโดนีเซียลดลง โดยทั้งสองแห่งผลิตรวมกันคิดเป็น 85% ของอุปทานทั่วโลก
ฟิวเจอร์สน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของมาเลเซีย เริ่มปรับขึ้นตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่านและแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2024 ในเดือนเม.ย.
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าดัชนีราคาสินค้าอาหารในเดือนมี.ค. อยู่ที่ 128.5 จุด เพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนก.พ. ส่วนดัชนีราคาน้ำมันพืชเพิ่มขึ้น 5.1% จากเดือนก.พ. และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 13.2%
อัตราการส่งออกปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนในเชิงการค้า มาเลเซียส่งออก CPO เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบรายเดือน ในเดือนมี.ค. สู่ 1.6 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต.ค 2025 ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เข้มแข็งจากภูมิภาคผู้บริโภคสำคัญรวมถึงจีน ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ตามข้อมูลจาก Chong Hoe Leong นักวิเคราะห์ของ Public Investment Bank
ที่มา Nikkei Aisa