| “เอกนิติ” มั่นใจเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ชูเงินสำรองสูง 2.8 แสนล้านดอลลาร์-ดุลเกินดุล รับมือผันผวนโลก เดินหน้านโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สู่พลังงานสะอาด-ดิจิทัล-ทุนมนุษย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับผู้บริหารของสถาบันจัดอันดับเครดิต 3 แห่ง ประกอบด้วย Fitch Ratings, S&P Global Ratings, และ Moody’s Investors Service ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้เน้นย้ำกับทั้ง 3 สถาบันว่า เศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพโดยรวมที่ดีและสามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกได้ โดยโครงสร้างหนี้สาธารณะเกือบทั้งหมด (กว่า 99%) เป็นหนี้ภายในประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่ำมากจากภาวะความผันผวนของการเงินโลก ไทยยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 280 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึงเกือบ 2.5 เท่า และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกันชนสำคัญต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ด้านนโยบาย ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework) โดยมุ่งรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ควบคู่กับการคงความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนจากภายนอก โดยมีแนวทางสำคัญคือการใช้มาตรการการคลังแบบมุ่งเป้า (Target) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายภาครัฐ การใช้นโยบายการคลังในระยะข้างหน้าจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดลดการพึ่งพาน้ำมัน (Transition) รวมถึง การปฎิรูปเศรษฐกิจสู่การเติบโตระยะยาว(Transform) โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ |