| ||||||||||||||||||||
สรุปปัจจัยบวก +
+ คาดการณ์กำไรปกติในงวดไตรมาส 3/69 เติบโตแข็งแกร่ง โดยประเมินตัวเลขกำไรอยู่ในกรอบ 6.9 - 7.072 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 4 - 8% QoQ และเพิ่มขึ้น 52 - 350% YoY (บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซียพลัส)
+ รายได้จากการให้บริการหลักมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากทุกธุรกิจ ทั้งบริการมือถือ บริการบรอดแบนด์ และบริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการรีไฟแนนซ์ (บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)
+ แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่จูงใจ โดยคาดการณ์ปันผลงวดไตรมาส 3/69 ในกรอบ 0.15 - 0.16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ราว 1.2 - 1.3% นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มประมาณการอัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2569-2571 ซึ่งจะหนุนให้ Dividend Yield อยู่ในระดับสูงถึง 4.6 - 5.4% ต่อปี (บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซียพลัส)
+ มูลค่าหุ้น (Valuation) ปัจจุบันยังคงถูก โดยซื้อขายบนระดับ EV/EBITDA ล่วงหน้าที่ 6.6 - 6.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ระดับ 8 - 9 เท่า และต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง ADVANC รวมถึงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน (บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากโครงการให้บริการโครงข่ายคลื่น 850 MHz แก่ NT ที่สิ้นสุดลงไปนั้นเป็นโครงการที่สร้างผลขาดทุน (บล.เอเซียพลัส)
สรุปปัจจัยลบ -
- แนวโน้มกำไรในงวดไตรมาส 4/69 อาจเติบโตได้เพียงเล็กน้อยหรือทรงตัว QoQ เนื่องจากจะถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งบลงทุน และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นในช่วงการจัดกิจกรรมส่งท้ายปี (บล.เอเซียพลัส)
- ประเด็นข้อพิพาทเรื่องส่วนแบ่งรายได้ IC กับทาง NT ยังคงเป็นปัจจัยกดดันและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยศาลปกครองกลางได้ยกคำร้อง ส่งผลให้คำชี้ขาดเดิมที่ TRUE ต้องชำระเงิน 7.02 พันล้านบาท พร้อมค่าปรับ 15% ต่อปี ยังมีผลบังคับใช้ แม้จะยังไม่มีผลกระทบทางการเงินในระยะสั้นเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุดและสามารถอุทธรณ์ได้ก็ตาม (บล.ทิสโก้)

