แบงก์ชาติอังกฤษชี้ คุมราคาอาหาร ไม่ใช่ทางแก้เงินเฟ้อที่ยั่งยืน

รูป แบงก์ชาติอังกฤษชี้ คุมราคาอาหาร ไม่ใช่ทางแก้เงินเฟ้อที่ยั่งยืน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 18:21 น.

ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการเข้าไปควบคุมราคาสินค้าอาหารของภาครัฐไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันยังไม่แสดงท่าทีเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้ตลาดเริ่มประเมินว่าเศรษฐกิจอังกฤษอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านราคาสินค้าหากสถานการณ์สงครามอิหร่านยืดเยื้อ

การแสดงความเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหราชอาณาจักรอย่างรวดเร็ว โดยจากเดิมที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้ ตลาดเริ่มหันมาประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยอาจถูกปรับขึ้นเกือบ 2 ครั้ง เพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง

ผู้ว่าการแบงก์ชาติอังกฤษชี้ การกดราคาต่ำกว่าต้นทุนไม่ยั่งยืน

Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ระบุในการให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมาธิการการคลังของรัฐสภาว่า การทำให้ราคาสินค้าต่ำกว่าต้นทุนอาจช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ในช่วงสั้นมาก ๆ แต่ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับระยะยาว เพราะจะสร้างแรงบิดเบือนต่อกลไกตลาดและอาจทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างสะสมมากขึ้น

มุมมองดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของธนาคารกลางที่ต้องการให้การแก้ปัญหาเงินเฟ้อเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยไม่พึ่งมาตรการควบคุมราคาแบบแข็งตัวเกินไป แม้สังคมจะเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ตาม

บทเรียนจากอินเดียสะท้อนผลข้างเคียงของการควบคุมราคา

Swati Dhingra กรรมการกำหนดดอกเบี้ยภายนอกของแบงก์ชาติอังกฤษ กล่าวจากประสบการณ์ในอินเดียว่า มาตรการควบคุมราคาบางช่วงเวลาช่วยบรรเทาความอดอยากและความยากจนได้จริง แต่ในระยะยาวกลับทิ้งผลเสียต่อภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทำให้โครงสร้างราคาและแรงจูงใจในการผลิตบิดเบือน

ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า แม้นโยบายแทรกแซงราคาจะดูเป็นวิธีที่ช่วยประชาชนได้ทันที แต่หากดำเนินต่อเนื่องอาจสร้างผลกระทบต่อการลงทุน การผลิต และเสถียรภาพของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในอนาคต

ตลาดจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย

ในเชิงนโยบายและตลาด ข่าวครั้งนี้สะท้อนการพยายามหาจุดสมดุลระหว่าง เงินเฟ้อ กับ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ของอังกฤษอย่างชัดเจน ขณะที่ภาวะการเงินที่ตึงขึ้นเริ่มส่งผลผ่านต้นทุนกู้ยืมของครัวเรือนและภาคธุรกิจแล้ว นักลงทุนจึงต้องติดตามสัญญาณจากธนาคารกลางอังกฤษอย่างใกล้ชิด

อีกปัจจัยสำคัญคือความเสี่ยงด้านพลังงาน หากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นแรงกดดันอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงและพันธบัตรในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินยังอ่อนไหวต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินทั่วโลก

  • แบงก์ชาติอังกฤษไม่สนับสนุนการควบคุมราคาสินค้าในระยะยาว
  • ตลาดเริ่มคาดการณ์โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มจากความเสี่ยงเงินเฟ้อ
  • ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านอาจผลักต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
  • นักลงทุนต้องจับตาทั้งเงินเฟ้อ การเติบโต และความผันผวนของตลาดพันธบัตร

Related Topics