| ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันอังคาร (5 พ.ค.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนหุ้น Intel และหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังมีผลบังคับใช้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,298.25 จุด เพิ่มขึ้น 356.35 จุด (+0.73%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,259.22 จุด ขยับขึ้น 58.48 จุด (+0.81%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 25,326.13 จุด เพิ่มขึ้น 258.32 จุด (+1.03%) รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลอยู่ ซึ่งช่วยคลายความกังวลว่า ความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการอ้างสิทธิ์เหนือช่องแคบฮอร์มุซจะลุกลามนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ทาจินเดอร์ ดิลลอน หัวหน้าฝ่ายวิจัยผลประกอบการของ LSEG ระบุว่า ผลกำไรโดยรวมของบริษัทในดัชนี S&P 500 ในสำหรับไตรมาสแรก มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นการเติบโตของกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี 2021 โดยมีบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักต่อความเชื่อมั่นดังกล่าว ด้านทอม เฮนลิน นักกลยุทธ์การลงทุนจาก U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า ตลาดกำลังเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการออกมาค่อนข้างแข็งแกร่ง และคาดว่า จะมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่องไปในช่วงที่เหลือของปี ส่วนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นด้าน AI หรือเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ ขณะที่ภาคการบริโภคยังคงมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลง แต่ยังคงซื้อขายอยู่ที่ระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ในสหรัฐฯ พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ชะลอตัวลงสู่ระดับ 6.866 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 6.835 ล้านตำแหน่ง ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการจากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ประจำเดือนเม.ย. อยู่ที่ระดับ 53.6 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขในผลสำรวจของรอยเตอร์ ที่ระดับ 53.7 เล็กน้อย ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นทั้งหมด นำโดยกลุ่มวัสดุที่บวก 1.67% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปรับขึ้น 1.63% - ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 4.2% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นแล้วถึง 55% ในปีนี้ - นักลงทุนจับตาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยหุ้นของ AMD บริษัทผู้ออกแบบชิป ดีดตัวขึ้น 4% ก่อนการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหลังปิดตลาด ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้จะพุ่งสูงขึ้นถึง 33% - หุ้น Intel พุ่งขึ้น 13% หลังจากมีรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า Apple ได้เจรจาทาบทามบริษัทให้เข้ามารับจ้างผลิตชิป เพื่อใช้ในการผลิตหน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ของบริษัท - หุ้น ADM บริษัทค้าธัญพืช ปรับตัวขึ้น 3.8% หลังจากรายงานผลกำไรไตรมาสแรกดีเกินคาดจากอัตรากำไรที่สูงขึ้น - หุ้น DuPont บริษัทผู้ผลิตวัสดุอุตสาหกรรม พุ่งขึ้น 8.4% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรประจำปี - หุ้น Pinterest แพลตฟอร์มแบ่งปันรูปภาพ ทะยานขึ้น 6.9% หลังจากคาดการณ์รายได้ไตรมาสที่สองสูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 16,100 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 17,700 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการ - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 43 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 23 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 160 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 79 ตัว ที่มา Reuters |