| SINO คาดผลงาน Q3/69 โต รับเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ รับดีมานด์ขนส่งสินค้าไปสหรัฐฯและอานิสงส์ค่าระวางเรือฟื้นตัวในระดับสูง แย้มทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังในเชิงบวก หลังปริมาณงานฟื้นตัวและเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขนส่งปลายปี เดินหน้าขยายธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้พุ่งแตะ 3,500 ล้านบาท นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/69 คาดว่าจะเติบโตดีกว่างวดไตรมาส 2/69 และงวดครึ่งปีแรกปี 69 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยเฉพาะปกติเป็นช่วงที่ความต้องการขนส่งสินค้าไปประเทศสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับอานิสงส์ความต้องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/ 69 ส่งผลให้ปริมาณงานและค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นในระดับสูง ซึ่งจะสะท้อนต่อผลประกอบการของบริษัทให้ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแแรก เพราะมองว่าความต้องการขนส่งสินค้ายังอยู่ในระดับที่ดี โดยมีปัจจัยด้าน Seasonality หรือฤดูกาลของธุรกิจในช่วงปลายปีเป็นแรงสนับสนุน ขณะที่ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงต้นปี แม้ยังมีความผันผวนจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ระวาง สภาพอากาศ และซัพพลายเชนในบางเส้นทาง ซึ่งในภาวะดังกล่าวความสามารถในการบริหารเครือข่ายพันธมิตร พื้นที่ระวาง และเส้นทางขนส่งจะมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทวางแผนขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) โดยวางบทบาทให้บริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด (ASL) เป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ พร้อมขยายฐานลูกค้าและเส้นทางในยุโรปและออสเตรเลีย ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ (Logistics Support) บริษัทจะเพิ่มการใช้พื้นที่คลังสินค้าให้เต็มศักยภาพ จากปัจจุบันมีคลังสินค้า 9 หลังในย่านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่รวมกว่า 43,000 ตารางเมตร พร้อมศึกษาการขยายคลังสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ นอกจากนี้มีแผนลงทุนรถหัวลากเพิ่มอีก 10 คัน เป็นจำนวนรวม 30 คัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Air Freight และ Logistics Support รวมกันเป็น 15% ภายในสิ้นปี 70 จากประมาณ 12% ณ สิ้นไตรมาส 2/69 เพื่อปรับสัดส่วนรายได้ให้มีความหลากหลายและเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มี Margin ที่ดีขึ้น ขณะที่ Sea Freight ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดย SINO จะรักษาความแข็งแกร่งในเส้นทางไทย–สหรัฐฯ ควบคู่กับการขยายเส้นทาง Non-USA โดยเฉพาะเอเชียและยุโรป ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตที่ดี โดยปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งสินค้าในเส้นทาง Non-USA เพิ่มขึ้นเป็น 47% ณ สิ้นไตรมาส 2/69 จากเดิมที่ระดับ 36% ณ สิ้นปี 68 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 45% ภายในสิ้นปี 69 สะท้อนความคืบหน้าของกลยุทธ์กระจายเส้นทางขนส่ง อย่างไรก็ตามตลาดสหรัฐฯยังคงเป็นตลาดหลักและจุดแข็งสำคัญของบริษัท โดยช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เสริมทีมงานฝ่ายขายของ WLT Logistics Inc. dba World Link Transport Group (World Link) ในสหรัฐฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาส Cross-selling ระหว่างเครือข่ายไทยและสหรัฐฯ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 69 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 2,843 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าปริมาณการขนส่งทั้งปีจะมากกว่าเป้าที่วางไว้ระดับ 54,000 ตู้คอนเทนเนอร์ หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมีปริมาณการขนส่งแล้วประมาณ 27,000 ตู้คอนเทนเนอร์ “บริษัทฯ มุ่งสู่การเป็น Integrated Logistics Provider โดยเชื่อมโยงบริการ Sea Freight, Air Freight, Road Freight, Warehouse และบริการสนับสนุนโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน พร้อมสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในกลุ่มและเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว” นายนันท์มนัส กล่าว นายกวิล กฤษเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO กล่าวว่าภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวชัดเจนจากไตรมาสก่อน โดยมีรายได้รวม 804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% และมีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท เทียบกับประมาณ 2 ล้านบาทในไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้นเป็น 15,034 TEUs เติบโต 17% จากไตรมาสก่อน และทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส สำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากระดับค่าระวางเฉลี่ยในช่วงต้นปีที่ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่ปีก่อนมีรายการกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.1% จาก 14.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการปรับสัดส่วนงานบริการไปสู่กลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่บริษัทยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.89 เท่า และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |