| สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เผยว่า จีนเป็นสมาชิกเพียงประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ที่เพิ่งปิดฉากลง โดยเนื้อหาตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “ระบบเศรษฐกิจที่ไม่อิงกลไกตลาด ซึ่งผลักดันสินค้าราคาถูกออกสู่ตลาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน” ทั้งนี้ เบสเซนต์กล่าวว่า สมาชิกกลุ่ม G20 ที่เหลือจะดำเนินมาตรการในช่วงไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ หรือไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อหาทางแก้ไขดุลยภาพที่ไม่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ หลังการประชุมรัฐมนตรีคลังที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในเวลาต่อมาเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ระบุในเชิงอรรถว่า จีนคัดค้านย่อหน้าที่สมาชิก G20 อีก 19 ประเทศเห็นพ้องกันว่า “ประเทศต่าง ๆ ควรดำเนินมาตรการเพื่อยุตินโยบายและแนวปฏิบัติที่ไม่อิงกลไกตลาด ซึ่งซ้ำเติมความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ” ย่อหน้าดังกล่าวระบุว่า ประเทศที่เกินดุลบัญชีต่างประเทศในระดับสูงและต่อเนื่อง ควรขจัดปัจจัยบิดเบือนที่กดดันการบริโภคในประเทศ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจต้องพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปในการเติบโต กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า จีนยังคัดค้านย่อหน้าที่แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวท่ามกลางสงครามกับสหรัฐฯ รวมไปถึงคัดค้านย่อหน้าที่กล่าวชื่นชมบทบาทของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการติดตามตรวจสอบความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่เบสเซนต์เดินหน้าแผนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการนำมาตรการทางเศรษฐกิจมากดดันอิหร่าน โดยข่มขู่ประเทศและธุรกิจที่ทำการค้ากับอิหร่านว่าจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ ภายใต้แผนที่เรียกว่า “Operation Economic Outcast” ความพยายามดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า สหรัฐฯ จะพุ่งเป้าไปที่จีนหรือไม่ เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็กำลังเจรจาการค้ากับจีน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงเดือนนี้ ที่มา CNBC อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |