| ครม. มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญารัฐมนตรีและแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาค ESCAP ปี 2026–2030 เตรียมรับรองในเวทีประชุมใหญ่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ มุ่งบูรณาการ 5 ด้านหลัก ทั้งรับมือสภาพภูมิอากาศ หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดมลพิษ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการต่อร่างเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างปฏิญญารัฐมนตรีว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ค.ศ. 2026 และร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยการส่งเสริมความเชื่อมโยงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2026–2030 ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเอกสารผลลัพธ์ในการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สมัยที่ 9 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 ก.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร สำหรับตัวร่างเอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีการวางกรอบแนวทางและเจตนารมณ์ในการยกระดับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดังนี้ 1.ร่างปฏิญญารัฐมนตรีฯ (ค.ศ. 2026): เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมของประเทศสมาชิกในการเร่งขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs มุ่งเน้นการคุ้มครองฟื้นฟูธรรมชาติ, ความหลากหลายทางชีวภาพ, การรับมือ climate change, ลดมลพิษทางอากาศ, บริหารจัดการน้ำ และหนุนนำเทคโนโลยีดิจิทัลกับระบบเตือนภัยล่วงหน้ามาใช้จัดการสิ่งแวดล้อม 2.ร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคฯ (ค.ศ. 2026–2030): กรอบการดำเนินงานโดยสมัครใจ ครอบคลุม 5 เสาหลักสำคัญ คือ 1.การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ 2.การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ 3.การลดมลพิษและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 4.การพัฒนาเมืองและความยืดหยุ่น และ5.การเสริมสร้างธรรมาภิบาล กลไกการเงิน และระบบข้อมูล ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ได้พิจารณาแล้วพบว่าไม่ขัดข้องต่อสารัตถะและถ้อยคำโดยรวม และให้ความเห็นว่าร่างเอกสารดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้การรับรองครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายเพิ่มเติมแก่ประเทศไทยแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมและรับรองเอกสารในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของไทยที่จะได้แสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีระดับภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม และร่วมกำหนดทิศทางนโยบายเอเชีย–แปซิฟิกให้สอดรับกับแผนการเติบโตสีเขียว (Green Growth) ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม |