| ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงต่ำสุดในรอบ 12 วัน เมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) ท่ามกลางความหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) สัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันหลังการขนส่งน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณฟื้นตัว สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 95.78 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 4.52 ดอลลาร์ หรือ -4.51% ขณะที่งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 92.47 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 100.34 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 3.53 ดอลลาร์ หรือ -3.4% ทามาส วาร์กา นักวิเคราะห์จาก PVM Oil Associates ให้ความเห็นว่า “นักลงทุนกำลังฝากความหวังไว้กับความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพในสัปดาห์นี้” หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า พร้อมเปิดโอกาสพบกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะเดินทางไปนครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA ขณะที่บ็อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟิวเจอร์สน้ำมันของ Mizuho ระบุว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อน ประเด็นนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก แต่สถานการณ์ตอนนี้กำลังมาถูกทาง" ทางด้านสำนักข่าว Al Jazeera อ้างข้อมูลจากโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านได้แจ้งเงื่อนไขของตนเองกับผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว เพื่อกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง จับตาซาอุฯ ฟื้นส่งออกน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก TankerTrackers.com ระบุว่า Saudi Aramco ขนถ่ายน้ำมันดิบราว 14 ล้านบาร์เรลลงเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ 7 ลำในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 ก.ย.) โดยซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณการขนถ่ายน้ำมันจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซีย หลังการโจมตีของกลุ่มฮูตีส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมัน East-West ไปยังฝั่งทะเลแดง ข้อมูลจากดาวเทียมชี้ว่า ปริมาณน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9 ล้านบาร์เรล/วันในช่วง 6 วันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากระดับ 700,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. การขนถ่ายน้ำมันดังกล่าวเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่าการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเริ่มฟื้นตัวบางส่วน โดยตลาดคาดว่าปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันราคาน้ำมันในวันจันทร์ และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านในเยเมน ระบุว่าได้โจมตีกรุงริยาด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของ Saudi Aramco ในเมืองยานบูติดกับทะเลแดง นอกจากนี้ กลุ่มฮูตีได้ตัดเส้นทางขนส่งน้ำมันแถบชายฝั่งทะเลแดงออกจากพื้นที่ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวอิหร่าน 3 รายเผยว่า จีนได้ขอให้อิหร่านช่วยควบคุมกลุ่มฮูตี หลังซาอุดีอาระเบียร้องขอให้จีนเข้ามาช่วย หลังเกิดเหตุโจมตีดังกล่าว ที่มา Reuters (1) และ (2) |