| ราคาน้ำมันโลกดีดแรงในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 พร้อมระดมกำลังพลเพิ่มเติมมุ่งหน้าตะวันออกกลาง ขณะที่จีนระงับการส่งออกน้ำมันเดือนต.ค. ซึ่งสร้างความกังวลว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวรุนแรงขึ้น สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.28 ดอลลาร์ หรือ +4.37% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 92.87 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ+2.71% สื่อต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 1 ลำ พร้อมกำลังพลและนาวิกโยธินราว 10,000 นายไปยังอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเสริมความพร้อมหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตัดสินใจยกระดับการโจมตีอิหร่าน โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ออกเดินทางจากฐานทัพเรือในเมืองซานดิเอโกแล้ว โดยคาดว่าจะเดินทางถึงในเดือนพ.ย. หากเดินทางถึงตะวันออกกลาง จะทำให้จำนวนกองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอยู่ที่ 3 ลำ โดยปัจจุบัน มีเรือ USS George H.W. Bush และ USS George Washington ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง การส่งกำลังรอบใหม่เป็นสัญญาณว่า สหรัฐฯ อาจเตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ด้านสก็อตต์ โมเดลล์ ซีอีโอ Rapidan Energy และอดีตเจ้าหน้าที่ CIA ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk on the Street ของ CNBC คาดว่า ประธานาธิบดีจะยกระดับปฏิบัติการหลังการเลือกตั้งกลางเทอม และยังได้ยินมาโดยตลอดว่า อิหร่านจะยกระดับความขัดแย้งก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มมุ่งไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น แม้ปริมาณน้ำมันดิบที่ไหลออกจากตะวันออกกลางจะฟื้นกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามแล้ว แต่การฟื้นตัวยังเปราะบาง โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลที่ติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีในสัปดาห์นี้ ขณะพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน จีนยังสั่งโรงกลั่นน้ำมันในประเทศให้ระงับการส่งออกน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงเครื่องบินที่มีกำหนดส่งมอบในเดือนต.ค. ซึ่งสะท้อนว่า จีนเองก็กำลังพยายามรักษาอุปทานพลังงานในประเทศให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดโลกเผชิญความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ หลังยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย ส่งผลให้รัฐบาลมอสโกออกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเช่นกัน ขณะที่อิหร่านและกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลาง ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ มีรายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาห้ามส่งออกเชื้อเพลิงดีเซล อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายท่าทีดังกล่าวลง ที่มา CNBC |