| “วราวุธ” เผยสถานการณ์น้ำท่วมขังพื้นที่ส่วนกลางนิคมฯ ยืนยันเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายเชิงเศรษฐกิจหรือโรงงานในจุดสำคัญ ชี้สถานการณ์ต่างจากปี 2554 เป็นฝนตกสะสมจากหย่อมความกดอากาศต่ำ พร้อมกำชับระบายน้ำต้องไม่ซ้ำเติมชุมชนรอบข้าง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมว่า ขณะนี้พบน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม ระดับน้ำตั้งแต่ประมาณ 20 เซนติเมตรจนถึงเกือบ 50 เซนติเมตร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลกำลังลดลง จึงต้องเร่งใช้จังหวะดังกล่าวในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แตกต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อย่างชัดเจน เนื่องจากปี 2554 เป็นมวลน้ำจากภาคเหนือไหลลงมาท่วมพื้นที่ ขณะที่หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ดำเนินการก่อสร้างคันกั้นน้ำโดยรอบพื้นที่แล้ว สำหรับสถานการณ์ในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมและแช่ตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำสะสม ขณะที่น้ำส่วนหนึ่งขังอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโดยตรง ยันยังไม่กระทบเศรษฐกิจ-โรงงานจุดสำคัญ ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ ยืนยันว่า จากรายงานเบื้องต้น ยังไม่พบความเสียหายเชิงเศรษฐกิจ หรือความเสียหายต่อโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนสำคัญ แม้จะมีน้ำเอ่อล้นเข้าไปในพื้นที่ของโรงงานบางแห่ง แต่ยังไม่เข้าถึงจุดสำคัญ โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้เตรียมกระสอบทรายและมาตรการป้องกันพื้นที่ของแต่ละโรงงานไว้แล้ว หากพบความเสียหายเกิดขึ้น กนอ. พร้อมเข้าไปสนับสนุนและดูแลผู้ประกอบการโดยทันที “ยังเน้นย้ำว่า การสูบน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรมลงสู่คลองและระบบระบายน้ำ ต้องพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบด้วย เนื่องจากหลายชุมชนกำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักเช่นเดียวกัน จึงได้กำชับให้ผู้ว่าการ กนอ. เข้าไปดูแลและติดตามสถานการณ์ชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด”นายวราวุธ กล่าว ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นนิคมเทคโนโลยีขั้นสูง (Hi-Tech) มีความจำเป็นต้องรักษาระดับน้ำภายในนิคมฯ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบการผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม หากการสูบน้ำออกจากนิคมฯ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ กนอ. พร้อมเข้าไปช่วยเหลือ เยียวยา และบรรเทาความเดือดร้อนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ นายวราวุธกล่าวว่า ยังไม่สามารถประมาทได้ตราบใดที่สภาพอากาศยังมีเมฆฝน เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้อัตราการระเหยของน้ำเพิ่มขึ้นและเกิดการก่อตัวของเมฆมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการติดตามการเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆล่าสุด พบว่าเริ่มเคลื่อนตัวไปทางตอนเหนือของประเทศไทยแล้ว และคาดว่าภายใน 1-2 วัน กลุ่มเมฆจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยออกไป ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่าปริมาณฝนในพื้นที่มีแนวโน้มลดลง |