SCB ประกาศงบ Q1/69 กำไร 10,195 ลบ. ลดลง 18% รายได้ดอกเบี้ยลด - กำไรเงินลงทุนวูบ

รูป SCB ประกาศงบ Q1/69 กำไร 10,195 ลบ. ลดลง 18%  รายได้ดอกเบี้ยลด - กำไรเงินลงทุนวูบ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 เม.ย. 69 13:55 น.

SCB ประกาศผลกําไรสุทธิ ไตรมาส 1 ของปี 2569 จํานวน 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เหตุรายได้ดอกเบี้ย และกำไรจากการลงทุนลดลง พร้อมเร่งทบทวนพอร์ต และสินเชื่ออย่างรอบด้าน เพื่อประเมินความสามารถในการชําระหนี้และความเพียงพอของการตั้งสํารอง รับมือภาวะผันผวน

บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จํากัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานผลดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 2569 มีกำไรสุทธิ จํานวน 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและ กําไรจากการลงทุนที่ลดลง ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวดหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานและการตั้งสํารองปรับ
ลดลง

ในไตรมาส 1 ของปี 2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ์มีจํานวน 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ สินเชื่อมีการเติบโตที่ระดับ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะ



รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจํานวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ ค่าธรรมเนียมในทุกหมวดหลัก ซึ่งนําโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการ เงินที่เติบโตอย่างสม่ําเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจและตลาดทุน

รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจํานวน 568 ล้านบาท ลดลง 66.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของกําไรจากพอร์ต การลงทุนของธนาคารและของบริษัท เอสซีบี เป็นเอกซ์ จํากัด

ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน จํานวน 16,662 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการควบคุมต้นทุนการดําเนินงานอย่าง เข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สําหรับไตรมาสอยู่ที่ 42.4%

บริษัทฯ ตั้งสํารองลดลง 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อของธนาคาร และของบริษัท คาร์ด เอกซ์ จํากัด ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเพื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 162.3%

คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 3.23% ลดลงจาก 3.29% ในไตรมาสก่อนหน้า เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.0%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB กล่าวว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออก กลางที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ทั้งในด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการนําเข้าที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

ผลกระทบดังกล่าวส่งผ่านมายังต้นทุนของภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้สามารถดําเนินธุรกิจ ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการประเมินผลกระทบ เสนอแนะแนวทางการปรับตัว และสนับสนุนการฟื้นตัวของ แต่ละกิจการอย่างตรงจุด เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้ดําเนินการทบทวนพอร์ต สินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครืออย่างรอบด้าน เพื่อประเมินความสามารถในการชําระหนี้และความเพียงพอของการตั้งสํารอง โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยและการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ด้านการดําเนินกลยุทธ์ระยะยาว ในไตรมาสที่ผ่านมา เอสซีบีเอกซ์ได้จัดตั้งธนาคารไร้สาขาภายใต้ชื่อ ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จํากัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง KakaoBank และ WeBank Technology Services

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ธนาคาร แบงก์เอกซ์จะเป็นกลไกสําคัญ ในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ระบบการเงิน ของประเทศ และขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างยั่งยืนทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจเอสซีบีเอกซ์



Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai