สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ค. 69 9:54: น.

สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงร่วมกันในหลักการกว้าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การยุติสงครามแล้ว โดยอิหร่านยอมรับเงื่อนไขกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง แลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและปลดล็อกอายัดทรัพย์สิน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำยึดมั่นในจุดยืนเดิมและสั่งผู้แทนเจรจาไม่ต้องรีบร้อนในการทำข้อตกลง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านในสภาคองเกรส

 

ความคืบหน้าเจรจาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

  • การบรรลุกรอบข้อตกลงร่วมกัน: เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยอิหร่านยอมรับในหลักการที่จะรวมเอาการกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงไว้ในข้อตกลง และมีความมุ่งมั่นร่วมกันในหลักการกว้าง ๆ แล้ว
  • ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์: โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่าการเจรจายังคงดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์ แต่ตนได้บอกกับทีมเจรจาสหรัฐฯ ว่า ไม่ต้องรีบร้อน เพราะเวลาอยู่ข้างเรา พร้อมย้ำว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ จะยังมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงและลงนามร่วมกัน
  • เงื่อนไขและรายละเอียดเบื้องต้น: แหล่งข่าวระบุว่าข้อเสนอล่าสุดครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง, การปลดล็อกอายัดทรัพย์สินบางส่วนของอิหร่านในธนาคารต่างประเทศ และการเจรจาที่ต้องดำเนินต่อไป โดยรัฐบาลทรัมป์ต้องการกลไกการบังคับใช้ข้อตกลงที่เข้มงวดกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
  • เป้าหมายและจุดยืนของสหรัฐฯ: รัฐบาลทรัมป์เน้นย้ำว่าข้อตกลงนี้ต้องป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างเด็ดขาด และข้อตกลงนี้จะไม่มีการเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่าน โดยสหรัฐฯ จะจัดการกับรัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ ทรัมป์ขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากตกลงกันไม่ได้ อิหร่านจะถูกโจมตีหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยมีประเทศไหนโดนมาก่อน

ข้อขัดแย้งในรายละเอียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

  • ประเด็นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ: ทรัมป์ระบุว่าภายใต้ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิด แต่อิหร่านโต้แย้งผ่านสำนักข่าว Fars ว่า หากมีข้อตกลงเกิดขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของอิหร่าน แม้จะยอมให้เรือสัญจรกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม แต่ไม่ได้แปลว่าจะให้สิทธิ์ผ่านทางอย่างเสรีเหมือนช่วงก่อนสงคราม
  • ประเด็นเรื่องนิวเคลียร์: เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เผยว่าอิหร่านยอมรับในหลักการเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์และการจัดการยูเรเนียมแล้ว แต่ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแถลงว่า ในกรอบการทำงานขั้นแรกนี้จะยังไม่หารือรายละเอียดเรื่องนิวเคลียร์ โดยอิหร่านขอให้ความสำคัญกับเรื่องเร่งด่วนก่อนคือ การยุติสงครามในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน ส่วนประเด็นนิวเคลียร์จะแยกไว้หารือในขั้นถัดไป

ท่าทีและการประสานงานกับพันธมิตร (อิสราเอลและกลุ่มประเทศอาหรับ)

  • จุดยืนของอิสราเอล: นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ต่อสายตรงคุยกับทรัมป์ และย้ำว่านโยบายของอิสราเอลยังคงเดิมคือ ข้อตกลงขั้นสุดท้ายต้องกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ ด้วยการรื้อถอนแหล่งเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์และขนย้ายวัตถุดิบนิวเคลียร์ออกจากอิหร่านทั้งหมด
  • เสรีภาพในการปฏิบัติการของอิสราเอล: แหล่งข่าวทางการเมืองระดับสูงของอิสราเอลเผยว่า ทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขที่ว่า แม้จะเกิดข้อตกลงขึ้น อิสราเอลจะต้องยังคงมีเสรีภาพในการปฏิบัติการทางทหารในทุกภาคส่วน รวมถึงเลบานอน เพื่อปกป้องตนเองและป้องกันไม่ให้เกิดภัยคุกคามใหม่
  • การเจรจากับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ: ทรัมป์ได้ร่วมประชุมทางโทรศัพท์กับผู้นำชาติในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ปากีสถาน, อียิปต์, จอร์แดน, กาตาร์ และบาห์เรน โดยทรัมป์ได้ขอบคุณและเสนอแนะให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วม "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

ที่มา CBS News

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai