| 📌 Investment Strategy 📊 สรุปภาพรวมตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนประเมินถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พร้อมติดตามการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,349.92 จุด ลดลง 131.59 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,670.84 จุด ลดลง 12.85 จุด หรือ -0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,797.54 จุด ลดลง 22.84 จุด หรือ -0.09% ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันอังคาร (29 ก.ย.) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แม้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 638.08 จุด ลดลง 0.60 จุด หรือ -0.09% 📈 สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 3% ในวันอังคาร (29 ก.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบรายเดือน เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 3.22 ดอลลาร์ หรือ 3.48% ปิดที่ 89.38 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ 2.56% ปิดที่ 102.59 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยราคาฟื้นตัวหลังจากร่วงลงกว่า 3% ในวันก่อนหน้า นักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11.30 ดอลลาร์ หรือ 0.27% ปิดที่ 4,179.70 ดอลลาร์/ออนซ์ 🇹🇭 SET Index เรามองกรอบ SET Index 1,585-1,615 จุด โดยตลาดยังถูกกดดันจากการปรับขึ้นต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนอยู่ในโหมดรอปัจจัยสำคัญจากสหรัฐฯ ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อและข้อมูลตลาดแรงงาน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมุมมองต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี ⭐ หุ้นแนะนำ 🏥 BDMS เราคาดว่า BDMS จะมีกำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 4,724 ล้านบาท เติบโต 9% YoY และ 45% QoQ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากจำนวนผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น อัตราการครองเตียงที่สูงขึ้น และการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Take profit: 20.30 / Stop loss: 19.70) 🏠 DOHOME ยอดขายในกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาได้กลับมาเติบโตเป็นบวกแล้ว ขณะที่ความต้องการสินค้าในกลุ่มตกแต่งบ้านมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในช่วง 4Q26F นอกจากนี้ การขยายสาขา DOHOME ToGo อย่างต่อเนื่อง จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป (Take profit: 3.52 / Stop loss: 3.44) #CGSInternational #CGSI
|