สรุป Earning Call : CKP กางแผนปี 69 ลุยโซลาร์ปักธงชัย 2 ขนาด 6 MW คาด COD ปี 70 แย้มหลวงพระบางคืบหน้าแล้ว 72%

รูป สรุป Earning Call : CKP กางแผนปี 69 ลุยโซลาร์ปักธงชัย 2 ขนาด 6 MW คาด COD ปี 70 แย้มหลวงพระบางคืบหน้าแล้ว 72%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 14:03 น.

 

CKP เผยความคืบหน้าบิ๊กโปรเจกต์ เตรียมลุยงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ปักธงชัย 2 ขนาด 6 เมกะวัตต์ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ปักหมุด COD ปี 2570 ขณะที่โครงการหลวงพระบาง (LPCL) คืบหน้าแล้ว 72% คาดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2573

 

นายธรรมขจร นันทพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยในงาน Earning Call ในวันนี้ว่า ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL) คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงต้นปี 2573 โดยขณะนี้มีความคืบหน้าแล้ว 72% ซึ่ง CKP ถือหุ้น 50% โดยจะทยอยเพิ่มทุนเข้าไปตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 20,934 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือน มี.ค.​69จ่ายเงินเพิ่มทุนเข้าไปแล้ว 12,504 ล้านบาท และที่เหลืออีก 8,430 ล้านบาทจะจ่ายในช่วงที่เหลือของปีนี้

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ปักธงชัย 2 กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ และ COD ได้ในปี 2570 ส่วนโครงการ Solar ที่ดำเนินการร่วมกับ BEM คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงกลางปีนี้ โดยยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้  

 

ด้าน Sustainability โดยคาดว่าจะมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 โดยจะมีพลังงานสะอาดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งอย่างน้อย 95% ในปี 2043 และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งเป้าว่าจะไม่มีความสูญเสียความหลากหลายในปี 2040 ขณะเดียวกันจะเดินหน้ามองหาลูกค้าใหม่ๆ หาโลเคชั่นใหม่ๆ และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมธุรกิจของบริษัท

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมานั้นกำไรสุทธิหลักของน้ำงึม 2 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากค่าไฟฟ้าที่ดีขึ้น เนื่องจากระดับน้ำเริ่มต้นที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ดีที่สุด

ส่วนไซยะบุรี ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา กำไรหลักดีขึ้นจากปีก่อน โดยมีสาเหตุจากยอดขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่ไหลมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตาม การปรับปรุงครั้งใหญ่ บางส่วนในช่วงไตรมาส 1-2/2569

“ในช่วงเดือน เม.ย. น้ำดรอปลง ทำให้การผลิตไฟก็ลดลงด้วย ขณะที่เดือน พ.ค. น้ำกลับมาค่อนข้างดี ซึ่งดีกว่าปีก่อนค่อนข้างเยอะ มีความเป็นไปได้ว่าปริมาณไฟที่จะขายในเดือน พ.ค. จะมากกว่าปีก่อนด้วย”นายธรรมขจร กล่าว

ส่วน BIC หรือ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด มีการ maintenance และเตรียมที่จะดำเนินการอีกครั้งในช่วงเดือน มิ.ย. นี้ และยังต้องติดตาม ราคาแก๊ซที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ในระยะข้างหน้า รวมถึงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวนด้วย

ด้านเงินกู้ยืมระยะยาวที่ยังไม่รวมไซยะบุรี รวม 30,615 ล้านบาท โดยหลังยังมาจาก CKP จำนวน 19,000 ล้านบาท , Nam Ngum 2 (NN2) 8,000 ล้านบาท และ BIC 3,615 ล้านบาท และจะขยับขึ้นเล็กน้อยภายหลังการออกหุ้นกู้ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แผนการลงทุนยังเน้นการลงทุนในหลวงพระบาง โดยเงินลงทุนที่ต้องเตรียม อยู่ที่ 10,100 ล้านบาท


Related Topics

Reported by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai