| สคร.เผยผลจัดเก็บรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจ ณ ส.ค. 69 อยู่ที่ 197,356 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 182,600 ล้านบาท คาดสิ้นปีงบประมาณ 69 นำส่งได้ 203,000 ล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายลงทุนพร้อมเร่งรัดให้สิ้นปีแตะ 95.40% นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายและรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บเงินรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ พบว่า ณ ส.ค. 2569 จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินฯสะสม รวม 197,356 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปี 33,455 ล้านบาท หรือ 120% ที่วางไว้ที่ 182,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่า ในปีนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ 203,000 ล้านบาท หรือ 111% ของเป้าหมายปี 2569 โดย 10 อันดับแรกที่นำส่งรายได้สูงสุดเป็นอันดับแรกได้แก่ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่าจัดเก็บ 47,388 ล้านบาท 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มูลค่าจัดเก็บ 33,754 ล้านบาท 3.วายุภักษ์ 1 มูลค่าจัดเก็บ 19,202 ล้านบาท 4.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มูลค่าจัดเก็บ 18,244 ล้านบาท 5.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. มูลค่าจัดเก็บ 16,011 ล้านบาท 6.ธนาคารออมสิน มูลค่าจัดเก็บ 13,389 ล้านบาท 7.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มูลค่าจัดเก็บ 8,100 ล้านบาท 8.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. มูลค่าจัดเก็บ 6,963 ล้านบาท 9.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มูลค่าจัดเก็บ 5,552 ล้านบาท 10.การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. มูลค่าจัดเก็บ 5,104 ล้านบาท สำหรับสถานการณ์เบิกจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ โดยจากการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจของ สคร. ซึ่งมีกรอบงบลงทุนในปีงบประมาณ 2569 รวม 236,839 ล้านบาท โดยช่วง 11 เดือน (ต.ค.2568-ส.ค.2569) รัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง เบิกจ่ายลงทุนแล้ว 218,352 ล้านบาท หรือคิดเป็น 92.19% และเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ถือว่าประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งเบิกจ่ายได้ 86.65% แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2569 สคร.จะสามารถเร่งรัดและกำกับให้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายได้เกินกว่า 225,998 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95.40% เกินกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด ด้านโครงการการส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) และ Green PPP โดย คณะกรรมการนโยบายฯเห็นชอบหลักการของโครงการในช่วง 11 เดือน ปีงบประมาณ 2569 รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,023 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการ Rest Area บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) 3,520 ล้านบาท 2.โครงการ Rest Area ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) 2,380 ล้านบาท 3.โครงการท่าเทียบเรือ เอ 5 ท่าเรือแหลมฉบัง 3,953 ล้านบาท 4.โครงการศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีการฉายอนุภาคโปรตอน 2,568 ล้านบาท 5.โครงการ Rest Area เขตทางหลวงพิเศษบริเวณบางโปรง 1,602 ล้านบาท โดยในปีหน้าคาดว่าจะให้มีโครงการ Green PPP มากขึ้น โดยประโยชน์ของโครงการดังกล่าว มีดังนี้ การเข้าถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ , การเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน และการยกระดับเทคโนโลยีสีเขียวขององค์กร , การสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้าน ESG และเป้าหมาย Net Zero ของรัฐบาล และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว ด้านการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งปิดที่ 1,259.67 จุด โดยให้อัตราผลตอบแทน 28.89% โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ณ วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมากองทุนฯ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) 595,548.34 ล้านบาท แบ่งเป็น NAV ของหน่วยลงทุนประเภท ข. 439,939.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 490,390.32 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนที่ 28.10% ทั้งนี้ สคร.จะกำกับติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กองทุนเป็นทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงให้แก่ประชาชนในระยะยาว รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป สำหรับการยกระดับการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ โดยสคร.มีทิศทางในการขับเคลื่อนและยกระดับการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 ได้มีการดำเนินการที่สำคัญในแต่ละด้าน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ดำเนินการแล้ว โดยปรับปรุงกระบวนการ ปรับระยะเวลา ของกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจประจำปีให้เร็วขึ้น รวมถึงการรายงานผลการประเมินต่อ คนร. ให้กระชับและรวดเร็วขึ้น และปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ โดยมีการรับฟังความเห็นจากรัฐวิสาหกิจ ส่วนที่ 2 ทิศทางในอนาคต โดยการยกระดับสู่สากล และข้อมูล ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ , นำแพลตฟอร์มดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลมาใช้ เพื่อความโปร่งใส แม่นยำ และบูรณาการแนวปฏิบัติสากล พร้อมพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการประเมินผลอย่างยั่งยืน ส่วนที่ 3 เกณฑ์รางวัล รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น พิจารณาตัดสินรางวัลตามขนาดของรัฐวิสาหกิจในบางประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลการพัฒนาองค์กรดีเด่น , รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจยั่งยืนและรางวัลการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |