S&P 500-แนสแดคทำนิวไฮต่อเนื่อง รับงบ AMD สดใส หนุนหุ้นกลุ่ม AI พุ่งทะยาน

รูป S&P 500-แนสแดคทำนิวไฮต่อเนื่อง รับงบ AMD สดใส หนุนหุ้นกลุ่ม AI พุ่งทะยาน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 69 6:15: น.

ดัชนี S&P500 และแนสแดคปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องในวันพุธ (6 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งสัญญาณคลี่คลาย รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Advanced Micro Devices (AMD) ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,910.59 จุด เพิ่มขึ้น 612.34 จุด (+1.24%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,365.12 จุด เพิ่มขึ้น 105.90 จุด (+1.46%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 25,838.94 จุด เพิ่มขึ้น 512.82 จุด (+2.02%)

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลง หลังจากอิหร่านระบุว่ากำลังทบทวนข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลทั้งสองใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยเก็บประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไว้หารือในภายหลัง

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนมองข้ามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และจับตาผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าลดลงราว 8% ลงมาอยู่ที่ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยคลายความกังวลเรื่องแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ส่วนค่า Forward PE ของ S&P 500 ขยับสูงขึ้นตามการพุ่งขึ้นของหุ้น

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานล่าสุด พบว่า ยอดการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ จาก ADP เดือนเม.ย. พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 15 เดือน บ่งชี้ถึงความเสถียรภาพของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 109,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 99,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 61,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย. ในวันศุกร์ โดยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์คาดว่าการจ้างงานในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่ง หลังจากพุ่งขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.

อัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่าความเสี่ยงต่อนโยบายการเงินมีแนวโน้มเผชิญกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางตลาดแรงงานที่มีสัญญาณแข็งแกร่ง

บริษัทในดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มทำกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S พบว่ากว่า 80% ของบริษัทในดัชนีที่รายงานผลประกอบการจนถึงวันที่ 1 พ.ค. มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้น 9 จาก 11 กลุ่มใน S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.6% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น 2.56%

- หุ้น AMD พุ่งขึ้นเกือบ 19% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากคาดการณ์รายได้รายไตรมาสสูงกว่าคาดเนื่องจากความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลที่แข็งแกร่ง ส่วนหุ้นในกลุ่มเดียวกัน อาทิ Intel พุ่ง 4.5% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 4.5% และบวกขึ้นไปแล้ว 62% ในปีนี้

- หุ้น Corning พุ่งขึ้น 12.01% หลังจากเปิดเผยว่ากำลังร่วมมือกับ Nvidia เพื่อขยายการผลิตผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อสัญญาณแสงซึ่งใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ ส่งผลให้หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 5.7%

- หุ้น Hut 8 ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ทะยานขึ้น 35% หลังจากลงนามในสัญญาเช่าโครงการศูนย์ข้อมูล Beacon Point ในรัฐเท็กซัส เป็นเวลา 15 ปี มูลค่า 9,800 ล้านดอลลาร์

- หุ้น Walt Disney พุ่งขึ้น 7.5% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสสองดีกว่าคาด และนักลงทุนเริ่มเห็นภาพกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทภายใต้การนำของซีอีโอ จอช ดามาโร

- หุ้น Uber Technologies แพลตฟอร์มเรียกรถ ทะยาน 8.5% หลังจากคาดการณ์ยอดจองไตรมาสสองที่แข็งแกร่ง

- หุ้น Super Micro ทะยาน 24.5% หลังเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้และกำไรหลังปรับทวนในไตรมาสสี่ ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 18,800 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 17,600 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการ

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 46 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 21 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 186 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 92 ตัว

 ที่มา Reuters


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai