
ก.ล.ต. เตรียมออกเกณฑ์ Crypto ETF และเปิดให้ขอใบอนุญาต Crypto Futures ในไตรมาส 3 ปีนี้ เริ่มจาก Bitcoin–Ethereum ควบคู่กับแผนหนุน RWA เพื่อดึงสินทรัพย์จริงเข้าสู่ตลาดทุนดิจิทัลภายใต้กรอบกำกับที่ชัดเจนขึ้น
ภายในงาน Southeast Asia Blockchain Week 2026 ในการกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Thailand and the Future of Regulated Digital Asset Markets” ซึ่งขึ้นพูดโดย นางบุตรี หวังศิริรุ่งเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล ก.ล.ต.
โดยนางบุตรี ได้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะต่อไป ซึ่งมีแกนสำคัญอยู่ที่การการออกผลิตภัณฑ์คริปโทภายใต้กฎกำกับ ทั้ง Crypto ETF และ Crypto Futures ควบคู่กับการยกระดับกฎดูแลธุรกรรมคริปโทให้โปร่งใสขึ้น
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ก.ล.ต. คาดว่าจะออกเกณฑ์กำกับดูแล Crypto ETF ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ โดยปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. บางส่วนเข้ามาหารือและเตรียมความพร้อมแล้ว
ในระยะแรก ผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเห็นก่อนคือ Single Crypto ETF ที่อ้างอิงสินทรัพย์หลัก 2 รายการ คือ Bitcoin ETF และ Ethereum ETF
เนื่องจาก ETF ถือเป็นหลักทรัพย์ ผู้ขอจัดตั้งกองทุนหลักจึงต้องเป็น บลจ. แต่ก.ล.ต. ก็เปิดทางให้ผู้เล่นฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทร่วมได้ ทั้งในฐานะ Digital Assets (DA) Fund Manager และ Custodian
กรณีของ DA Fund Manager ก.ล.ต. เปิดทางให้ บลจ. ที่เป็นผู้จัดตั้ง Crypto ETF ไม่จำเป็นต้องบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลเองทั้งหมด หากไม่ได้มีความเชี่ยวชาญโดยตรง แต่สามารถ outsource งานบริหารไปยังผู้จัดการกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต เพื่อช่วยดูแลแทนได้
ในส่วนของ DA Custodian ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ อย่างการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุน โดยปัจจุบันไทยก็มีผู้ให้บริการ custody ที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว จึงเป็นโครงสร้างที่ ก.ล.ต. อยากเห็น บลจ. ใช้บริการผู้เล่นในประเทศ แทนที่จะเอาสินทรัพย์ไปฝากไว้กับผู้ให้บริการต่างประเทศ
อีกผลิตภัณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำลังเร่งทำเกณฑ์คือ Crypto Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิง
ก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมัติให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้กฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้แล้ว ทำให้ ก.ล.ต. เดินหน้าจัดทำเกณฑ์และระบบใบอนุญาตเพื่อรองรับตลาดนี้
นางบุตรี คาดว่าเกณฑ์จะชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 เช่นเดียวกับ Crypto ETF และจะเปิดให้ผู้ประกอบการฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลยื่นขอใบอนุญาตได้ในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับ Crypto Futures ก.ล.ต. จะเปิดให้ผู้เล่นเข้ามาได้หลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดแค่ตลาด TFEX เดิมเท่านั้น ผู้ประกอบการรายเดิมที่มีใบอนุญาตสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่แล้ว สามารถเพิ่มคริปโทเป็นสินทรัพย์อ้างอิง และให้บริการผ่านโครงสร้าง TFEX เดิมได้
ส่วนผู้เล่นฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัล หากต้องการเข้ามาเป็น broker หรือ dealer ก็สามารถขอใบอนุญาตเฉพาะทางได้ โดยกรณีเป็น broker จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากลูกค้า แล้วส่งคำสั่งไปยังตลาดที่ได้รับอนุญาต เช่น TFEX ได้
นอกจาก ETF และ Futures แล้ว ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับ Asset Tokenization หรือการนำสินทรัพย์และหลักทรัพย์มาออกในรูปแบบโทเคน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ Real World Assets หรือ RWA ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างมากในระดับโลก
นางบุตรี มองว่า Tokenization อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลาดทุนหลายด้าน ทั้งเพิ่มการเข้าถึงการลงทุน รองรับ real-time settlement เพิ่มสภาพคล่อง และทำให้ข้อมูลกำกับดูแลโปร่งใสมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการนำ “หลักทรัพย์” มาออกในรูปแบบโทเคน ก.ล.ต. ย้ำว่ายังอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ เพียงแต่เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับกระบวนการออก เสนอขาย ซื้อขาย และชำระราคา
ทั้งนี้ นางบุตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสถาบันการเงินและผู้สนใจเข้ามาหารือกับ ก.ล.ต. แล้วประมาณ 6 โครงการที่เกี่ยวข้องกับการออกหลักทรัพย์ในรูปแบบ Tokenization
อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างหารือคือการเชื่อม Tokenization เข้ากับระบบชำระเงิน โดย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างพูดคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดูแนวทางรองรับ settlement ของสินทรัพย์ที่อยู่บนเชน
ประเด็นที่ถูกพูดถึง ได้แก่ Thai Baht stablecoin, tokenized deposit, e-money token และการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมบน DLT
สินค้านำร่องที่คาดว่าจะเห็นก่อนคือหน่วยลงทุน ก่อนขยายไปสู่หุ้นกู้ในระยะถัดไป อีกทั้งในอนาคตยังมีแนวทางออกกฎหมายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเปิดทางให้หลักทรัพย์ออก ซื้อขาย และแลกเปลี่ยนบนระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ on-chain ได้มากขึ้น
แม้ ก.ล.ต. เปิดทางให้คริปโทเข้าสู่ระบบตลาดทุนมากขึ้น แต่ฝั่งกำกับดูแลก็จะเข้มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงด้าน AML, บัญชีม้า, ธุรกรรมต้องสงสัย และการใช้คริปโทเป็นช่องทางผิดกฎหมาย
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ Travel Rule ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้วันที่ 1 ก.ค. 2569 โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดเก็บและส่งต่อข้อมูลผู้โอนกับผู้รับโอน เพื่อให้ติดตามเส้นทางธุรกรรมได้ชัดขึ้น
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังระบุถึงแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาต แต่เข้ามาชักชวนหรือให้บริการนักลงทุนไทย โดยอาจดำเนินการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ภายใต้กฎหมายไซเบอร์ เพื่อนำไปสู่การปิดกั้นเว็บไซต์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย