สรุปผลงาน Q1/69 กลุ่มปตท.

รูป สรุปผลงาน Q1/69 กลุ่มปตท.

efinAI


ไตรมาส 1/69 ถือเป็นช่วงที่ “ธุรกิจโรงกลั่น” ของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กลับมาฟื้นตัวโดดเด่นอีกครั้ง หลังค่าการกลั่น และราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากปริมาณขาย และ การกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและสำรวจผลิตปิโตรเลียมยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ต้นทุนทางการเงิน และ ผลกระทบจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ทำให้กำไรของบางบริษัทชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ได้รวบรวมรายละเอียดในแต่ละบริษัทในกลุ่ม ปตท. เอาไว้ดังนี้

PTT เปิดกำไร Q1/69 ที่ 2.57 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 10.4%

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ในฐานะบริษัทแกนนำของกลุ่มธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีของประเทศ ในไตรมาส 1/69 มีกําไรสุทธิจํานวน 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% จากในไตรมาส 1/68 ที่จํานวน 23,315 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ปตท. และ บริษัทย่อยมี EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงจํานวน 115,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38,258 ล้านบาท หรือ 49.3% จากในไตรมาส 4/68 ที่จํานวน 77,621 ล้านบาท

สำหรับรายได้จากการขายจํานวน 718,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/68 จํานวน 18,506 ล้านบาท หรือ 2.6% โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และ กลุ่มธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียม จากราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นตามราคานํ้ามันที่อ้างอิง ประกอบกับปริมาณขายเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีรายได้จากการขายลดลง โดยหลักจากธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามราคา Pool Gas และ ราคาขายเฉลี่ยให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับลดลงตามราคาอ้างอิง แม้ว่าปริมาณขายก๊าซฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจระบบท่อส่งก๊าซฯ มีรายได้ลดลงตามปริมาณจองที่ลดลง รวมถึงการปรับลดอัตราค่าบริการขนส่งก๊าซฯ ทางท่อผ่านระบบส่งก๊าซฯ ส่วนของต้นทุนผันแปร(Tc) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น จากปริมาณขายผลิตภัณฑ์รวมของธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ โดยหลักจากผลิตภัณฑ์ LPG และ Propane ตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/69 อีก 7 บริษัทในเครือ ปตท.มีดังนี้

IRPC โชว์กำไร Q1/69 ที่ 7.88 พันลบ. โต 754.14%YoY รับค่าการกลั่นพุ่ง-กำไรสต๊อกหนุน

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC มีกำไรสุทธิ 7,889 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ที่บันทึกขาดทุน
สุทธิ 1,206 ล้านบาท หรือ เติบโต 754.14% โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่น (refinery crack spread) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กำไรสต๊อกน้ำมันจำนวนประมาณ 9,840 ล้านบาท และ กำไรพิเศษจากเงินลงทุนจำนวน 299 ล้านบาท

ในขณะที่ Market GRM อยู่ที่ 11.77 เหรียญฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 8.50 เหรียญฯ/บาร์เรลในไตรมาส 4/68 และ 3.92 เหรียญฯ/บาร์เรลในไตรมาส 1/68 จากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวขึ้นแรงเป็น 35.4 เหรียญฯ/บาร์เรล ตามภาวะอุปทาน middle distillates ที่ตึงตัว

ด้านธุรกิจปิโตรเคมี Market PTF ลดลงเหลือ 1,340 ล้านบาท หรือ 0.57 เหรียญฯ/บาร์เรล จาก 2.13 เหรียญฯ/บาร์เรลในไตรมาส 4/68 สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนแนฟทาที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ

TOP กำไรพุ่ง 455.7%YoY หลังรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มีกำไรสุทธิ 19,481.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 455.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,503.51 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามแรงหนุนหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 31,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยออยล์รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 8,582 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,436 ล้านบาท

PTTGC พลิกกำไรแรง 3.23 พันลบ. พุ่ง 226% รับราคาผลิตภัณฑ์-ยอดขายฟื้น

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีกำไรสุทธิ 3,231.75 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2,567.19 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 225.89% และ มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กลับมาดำเนินงานตามปกติ

GPSC-GGC ควงคู่กำไรฟื้น เหตุปริมาณการขายพุ่ง-รับเงินปันผล-ส่วนแบ่งเงินกำไรโดดเด่น

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC มีกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาจากปัจจัยหนุนสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 223% หรือ 270 ล้านบาท มาอยู่ที่ 391 ล้านบาท

ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น มาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ( XPCL) เนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ซึ่งเป็นผลจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมและปรับขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืม ขณะเดียวกัน โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang และ Xidao (CFXD) ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นเช่นกัน จากการรับรู้เงินชดเชยตามเงื่อนไขการรับประกันอัตราความพร้อมใช้งานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า (WTG) ซึ่งแตกต่างจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ไม่มีการรับรู้รายการดังกล่าว

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147%YoY และ มีรายได้จากการขายรวมทั้งหมด 5,489 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 6% โดยหลักมาจากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ มี Adjusted EBITDA จำนวน 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 9%

นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์อีทอกซีเลท (Fatty Alcohol Ethoxylate : FAEO) จำนวน 29 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนสุทธิ เนื่องจากบริษัทฯ ได้ดำเนินการบันทึกด้อยค่าเงินลงทุนในธุรกิจเอทานอลเต็มจำนวนแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนสุทธิจากธุรกิจนี้เพิ่มเติม

OR-PTTEP กำไรลด หลังต้นทุนพลังงานสูง-ขาดทุนตราสารอนุพันธ์

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ลดลง 44.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4,380 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 1,965 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อนที่ทำได้ 2,078 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการขายและบริการรวม 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,590 ล้านบาท หรือ 13.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/68 ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน และ ราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มีกำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท (เทียบเท่า 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 29%YoY และ มีรายได้รวม 78,841 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,491 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่ 553,369 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นของโครงการในประเทศ รวมถึงโครงการใหม่ที่เข้าร่วมลงทุนระหว่างปี 2568 ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และ โครงการมาเลเซีย เอสเค408 ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 46.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย