CLICX จุดเปลี่ยนวงการแบงก์ไทย ธนาคารยุคใหม่ไร้สาขาเริ่มแล้ว

รูป CLICX จุดเปลี่ยนวงการแบงก์ไทย ธนาคารยุคใหม่ไร้สาขาเริ่มแล้ว

efinAI


ดีเดย์เปิดตัวเรียบร้อย สำหรับ Virtual Bank รายแรกของไทย “CLICX” ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดตัวธนาคารใหม่แล้ว ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินไทยในรอบหลายสิบปี เพราะนี่คือครั้งแรกที่ระบบธนาคารพาณิชย์ ถูกออกแบบให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แบบไม่มีสาขา ไม่มีสมุดบัญชี และอาจไม่มีข้อจำกัดแบบเดิมๆที่เคยทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

โดย CLICX เป็นความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงไทย (KTB) แอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส (ADVANC) และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ถือเป็น Virtual Bank แห่งแรกที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประนเทศไทยอย่างเป็นทางการ และวันที่ 2 มิ.ย. นี้ก็พร้อมเปิดจองเลขบัญชี หรือ เลขบัญชีเลือกได้ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันของ AIS ก่อนเปิดให้บริการสินเชื่อในเดือนก.ค. เป็นสเตปต่อไป

การมาของ Virtual Bank จะทำให้ประชาชนเปิดบัญชีง่ายขึ้น และที่แน่ๆ คือประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินในรูปแบบใหม่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ระบบธนาคารเดิมอาจมองว่ามีความเสี่ยงสูง เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าออนไลน์ คนรายได้น้อย หรือ SME รายเล็กๆ โดยใช้ฐานดาต้าหรือข้อมูลที่มีอยู่มหาศาล ของกลุ่มผู้ถือหุ้น ทั้ง KTB AIS และ OR ผ่านทางพฤติกรรมการใช้มือถือ การใช้จ่าย การเติมน้ำมัน หรือธุรกรรมดิจิทัล มาช่วยประเมินเครดิต แทนเอกสารแบบเดิม ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบของประชาชนในกลุ่มนี้ได้

นอกจากนี้ Virtual Bank ก็กำลังส่งสัญญาณว่า ธุรกิจธนาคารแบบเดิมๆ กำลังเข้าสู่ยุคแข่งขันรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังสังคมไร้เงินสดเข้ามาดิสรัป เพราะปัจจุบันจุดแข็งของธนาคารยุคใหม่ไม่ใช่จำนวนสาขา แต่คือข้อมูล และการนำระบบ AI มาช่วย ใครรู้จักลูกค้ามากกว่า เข้าใจพฤติกรรมมากกว่า และเสนอสินเชื่อได้เร็วกว่าจะได้เปรียบ อนาคตจึงอาจไม่ใช่แบงก์แข่งกับแบงก์ แต่เป็นการแข่งขันกันระหว่างฐานข้อมูลดาต้า Ecosystem และเทคโนโลยี

เพราะฉนั้น CLICX ทำให้เราเห็นภาพ AIS ที่มีฐานลูกค้าโทรศัพท์หลายสิบล้านเลขหมาย OR ที่มีเครือข่ายร้านค้า และปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ขณะที่กรุงไทยมีฐานข้อมูลภาครัฐและระบบการเงินมหาศาล โดยเฉพาะผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นหลักของประเทศ “เป๋าตัง” ที่ทุกอย่างถูกเชื่อมเข้าหากัน

ส่วนธุรกิจ Virtual Bank นั้น ปัจจุบันมีขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ทั้งหมด 3 กลุ่ม นอกจากกลุ่ม CLICX (KTB-AIS-OR) ก็ยังมีกลุ่ม Ascend Money ของเครือ CP และกลุ่ม SCB X ร่วมกับ KakaoBank ของเกาหลีใต้ กับ WeBank จากจีน

อย่างไรก็ตาม แม้ Virtual Bank จะดูน่าสนใจ เพราะเป็นของใหม่สำหรับธุรกิจแบงก์ในประเทศไทย แต่คำถามสำคัญคือจะทำกำไรได้หรือไม่ เพราะประสบการณ์ในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์หรือฮ่องกง พบว่า Digital Bank จำนวนมากยังขาดทุน แม้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้นทุนในการพัฒนาระบบ และความปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านดอกเบี้ยสูงมาก แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า Virtual Bank จะเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารทั้งระบบต้องปรับตัวไปอีกขั้น เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ทั้งจากการบริการที่เร็วขึ้น ถูกลง ส่วนธนาคารดั้งเดิมอาจต้องลดสาขา ลดต้นทุน และเร่งใช้ AI อย่างจริงจัง

โลกการเงินหลังจากนี้จึงอาจไม่ใช่ยุคของแบงก์ใหญ่กินรวบ อีกต่อไป แต่เป็นยุคของคนที่เข้าใจ และเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด และหาก Virtual Bank ทำสำเร็จ ระบบการเงินไทยก็อาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบการเงินที่เปิดกว้างมากกว่าที่เคยเป็นมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย