ก่อนจะเป็น DITTO ในวันนี้ เกิดจากการแยกตัวเอง ออกจากธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิม มาสู่ธุรกิจบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบดิจิทัลครบวงจร และแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหาร หนึ่งในนั้นคือ “ฐกร รัตนกมลพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ที่จะมาเปิดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการนำพาองค์กรสู่เป้าหมายธุรกิจดิจิทัล และกรีน เต็มรูปแบบในอนาคต
*** จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ พร้อมก้าวสู่ Tech Company
เดิมธุรกิจหลักของ DITTO คือ ให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จึงต้องหันมา disrupt ตัวเอง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Digital Transformation ซึ่งเป็นธุรกิจบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบดิจิทัลครบวงจร เป็นรายแรกๆ ทำให้มีประสบการณ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานราชการ เช่น กระทรวง และกรมต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนและธุรกิจค้าปลีก จนได้รับความเชื่อมั่นในการให้บริการ จุดแข็งคือ มีทีมพัฒนาแพลตฟอร์มที่เหมาะสม มีการพัฒนาที่ตอบโจทย์ และมีความเฉพาะตัว
และด้วยการ Digital Transformation กลยุทธ์ DITTO อยากเป็น Tech Company ของคนไทย ที่มีความแข็งแรงพอที่จะนำพา Know How ของคนไทยให้เป็นที่รู้จัก ทั้งในด้านการบริหารดาต้าด้วยแพลตฟอร์มที่เกิดจากฝีมือคนไทย และในด้านวิศวกรรมมันสมองคนไทย หรือแม้แต่การนำทั้ง 2 อย่างมาผสมผสานกันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในหลากหลายธุรกิจ

ปัจจุบัน DITTO ให้บริการระบบจัดการเอกสารกับศาล หรือการนำเข้าข้อมูลให้กรมที่ดิน รวมถึงระบบจัดการเอกสารสำหรับ อบต.และอบจ. เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบและพัฒนาเอง
นอกจากนี้ยังมีบริการผสานซอฟต์แวร์เข้ากับฮาร์ดแวร์และงานด้านวิศวกรรม เช่น โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดโครงการไป ก็เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องผสานงานในด้านต่างๆ ทั้งงานก่อสร้าง วิศวกรรม และเทคโนโลยีในแขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน อีกทั้งโครงการปลูกป่าชายเลนก็มีการนำระบบเข้ามาช่วยในการบริหารโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมคุณภาพ การตรวจวัดต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืนเพื่อผลิตผล อยากได้ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ต้องมีวิธีการดูแล วิธีการแบบเดิมอาจไม่เพียงพอต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
"สิ่งที่ทำทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเฉพาะทาง ทุกอย่างได้จากประสบการณ์ลูกค้า เกิดจากการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเรา ที่มีทั้งแพลตฟอร์ม ระบบบริหารงาน ความเชี่ยวชาญในการนำเข้าข้อมูล และความพร้อมของบุคลากรในด้านต่าง ๆ"

*** ร่วมมือกับพันธมิตร สร้างเครือข่ายใหญ่ต่อยอดธุรกิจ
การที่ DITTO เข้าไปลงทุนใน บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY แล้วจับมือกับพันธมิตรอีก 4 ราย ประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ TEAMG ,บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI, ไซเท็ม คอร์ปอเรชั่น และ โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในการขยายธุรกิจในหลายๆ มิติ ซึ่งพันธมิตรแต่ละรายต่างก็มีจุดแข็งของตัวเอง และมีฐานลูกค้าคนละกลุ่มกัน
ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้ คือ การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น และคุ้มค่างบประมาณ เรียกได้ว่า ประหยัดทั้งเวลาและเงินลงทุน และยังสามารถดึงศักยภาพของพันธมิตรแต่ละรายออกมาใช้ได้เป็นอย่างดี เช่น บริษัทจะสามารถนำโซลูชัน ibox ของ NETBAY ไปต่อยอดกับลูกค้าปัจจุบัน อย่าง ศาลอบต.และอบจ.หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ได้ทันที และในส่วนของ NETBAY ก็มีกลุ่มลูกค้าที่เหมาะกับโซลูชันของ DITTO อีกด้วย
ด้านโสมาภา เป็นผู้ให้บริการ Immigration Management System ซึ่งมีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ที่สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศร่วมกับโซลูชันด้าน e-customs และ e-logistics ของ NETBAY รวมไปถึงร่วมอื่นกับพันธมิตรรายอื่นๆ ได้อย่างกลมกลืนกัน
อีกทั้งพันธมิตรรายอื่นๆ ที่ร่วมมือกัน ก็จะสามารถดึงสินค้าและบริการจากพันธมิตรในกลุ่มนำมานำเสนอให้กับลูกค้าของตนเองได้ โดยพันธมิตรแต่ละรายจะเข้ามาเกื้อกูลกันและกันได้เป็นอย่างดี และนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกัน เราสามารถเพิ่มทั้ง Productivity และเพิ่ม Efficiency เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ๆ และสร้างโอกาสที่จะเกิดในอนาคตได้ โดยการจับมือเดินไปพร้อมกัน
"เรามีการนำเสนอค้าของ NETBAY ต่อหน่วยงานที่เป็นลูกค้าปัจจุบันของ DITTO ไปบ้างแล้ว เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การสวนสัตว์ฯ หรือลูกค้ากลุ่มธนาคาร องค์กรท้องถิ่น โดยอาศัยทีมบุคลากรด้านไอที และซอฟต์แวร์ดีเวลลอปเปอร์นับร้อยคน ซึ่งสามารถใช้ศักยภาพจากทีมงานเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ และยังสามารถควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสทางตลาดให้กว้างขึ้น และไม่เฉพาะกับ DITTO เท่านั้น NETBAY เองก็จะได้โอกาสเพิ่มขึ้นด้วย เพราะโซลูชันต่างๆ"

*** ออกโทเคนดิจิทัล ลงทุนคาร์บอนเครดิต
ปัจจุบันแต่งตั้งให้บริษัท Token X ในเครือ SCB X เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในคาร์บอนเครดิต ที่ดิทโต้ได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ซึ่งบริษัทได้สิทธิในการดูแลและปลูกป่าชายเลนเป็นเวลา 30 ปี โดยต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า และได้ดูแลรักษาร่วมกัน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการปลูกป่าชายเลนในโครงการ คาดว่ากลางปีจะสามารถออกได้แน่นอน
นอกจากนี้บริษัทหันมาให้ความสำคัญเรื่อง Green และ Climate Technology มากขึ้น โดยเน้นไปที่ความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับด้าน ESG และอยู่ระหว่างการศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยมี TEAMG ร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย

*** เดินหน้าขยายงานต่อเนื่อง หนุนการเติบโตแข็งแกร่ง
สิ้นไตรมาส 3/66 บริษัทมี Backlog จำนวน 5,300 ล้านบาท รับรู้รายได้ภายใน 3 ปี ซึ่งยังไม่รวมกับโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยไตรมาส 4/66 มีงานใหม่เข้ามา 4–5 โครงการ เช่น โครงการดิจิทัลทวิน โครงการการขยายการจัดเก็บข้อมูลภายในศาล โครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โครงการของกรมที่ดิน รวมถึงมีโครงการที่ร่วมมือกับ NETBAY ที่มองว่ายังมีโอกาสที่จะขยายงานได้มากขึ้นอีก
จากจุดเริ่มต้นธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร Disrupt ตัวเองสู่ธุรกิจ Digital Transformation และปัจจุบันกำลังบุกธุรกิจ Green และ Climate Tech อย่างเต็มตัว จนถึงวันนี้ DITTO กำลังมุ่งสู่ธุรกิจดิจิทัล และกรีนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต









