วันนี้ 14:37 น.บล.ทรีนีตี้ : Banking Sector แนะนำกลุ่มฯเป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” Top pick : BBL KTB SCBTranslatetranslatekeyboard_arrow_downWatchliststarแชร์ คาดกำไร 3Q69 ไม่เด่น แต่เริ่มเห็น Upside หลังราคาหุ้นอ่อนตัว.คาดกำไร 3Q69 ดีขึ้นเล็กน้อย QoQ. เราคาดกำไรสุทธิงวด 3Q69 ของธนาคาร 6 แห่งที่เราทำการวิเคราะห์รวมอยู่ที่ 53,688 ล้านบาท ดีขึ้น 1% QoQ แต่อ่อนตัว 11% YoY โดยกำไรของกลุ่มฯ ที่อ่อนตัว YoY โดยหลักเนื่องจากใน 3Q68 ที่ผ่านมามีบางธนาคารที่มีกำไรจากเงินลงทุนก้อนใหญ่จากการ Mark-to-market เงินลงทุนใน THAI สำหรับการดำเนินงานปกติแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มฯ อ่อนตัวลง YoY ตามแนวโน้ม NIM ที่อ่อนตัว แต่มีปัจจัยช่วยชดเชย คือ รายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ปรับตัวลง สำหรับแนวโน้มกำไร QoQ ที่ปรับตัวดีขึ้น มาจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ปรับตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และ NIM ของกลุ่มธนาคารใหญ่ที่เริ่มทรงตัวได้ หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงเล็กน้อย ยังเห็นการตั้งสำรองส่วนเกิน แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมค่อนข้างจำกัด. เราคาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของกลุ่มฯ รวมอยู่ที่ 53,688 ล้านบาท ดีขึ้น 1%QoQ แต่ลดลง 11% YoY โดยยังเห็นการตั้งสำรองส่วนเกิน (Management Overlay) อยู่ ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของธนาคารส่วนใหญ่อยู่ใกล้กรอบบนของเป้าหมายทางการเงินของแต่ละธนาคาร แต่โดยหลักเป็นหลักความระมัดระวังของธนาคารเพื่อรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคมากกว่า ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาคาดผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องจากใช้เวลาในการคลี่คลายสถานการณ์ไม่นาน และผลกระทบยังจำกัดแค่ในบางเขต เช่น ลาดกระบัง หนองจอก สวนหลวง บางกะปิ คันนายาว ฯลฯ ซึ่งหากเทียบเคียงกับน้ำท่วมหาดใหญ่ในปีก่อนที่ผลกระทบยาวนานและกระทบพื้นที่กว้างกว่า ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของแต่ละธนาคารก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังต้องติดตามการระบายน้ำเหนือที่จะทยอยไหลมาผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่างในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจกระทบพื้นที่ต่ำลุ่มแม่น้ำบางส่วน ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์ซ้ำซ้อน (เช่น ฝนตกหนัก และน้ำทะเลหนุนสูง) คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เริ่มเห็น Upside หลังราคาหุ้นอ่อนตัว. ราคาหุ้นของกลุ่มฯ ปรับตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากช่วงก่อนหน้าราคาหุ้นของธนาคารส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นไปสูงเกินราคาเป้าหมายของเรา ทำให้ราคาหุ้นของธนาคารส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายของเรา ทำให้เริ่มเห็น Upside (โดยหลักมาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล) ทำให้เราปรับคำแนะนำของธนาคารส่วนใหญ่และคำแนะนำกลุ่มฯ เป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยมี BBL KTB SCB เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มฯ นักวิเคราะห์ :ธนภัทร ฉัตรเสถียรเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194e-mail : tanapat@trinitythai.com
คาดกำไร 3Q69 ไม่เด่น แต่เริ่มเห็น Upside หลังราคาหุ้นอ่อนตัว.คาดกำไร 3Q69 ดีขึ้นเล็กน้อย QoQ. เราคาดกำไรสุทธิงวด 3Q69 ของธนาคาร 6 แห่งที่เราทำการวิเคราะห์รวมอยู่ที่ 53,688 ล้านบาท ดีขึ้น 1% QoQ แต่อ่อนตัว 11% YoY โดยกำไรของกลุ่มฯ ที่อ่อนตัว YoY โดยหลักเนื่องจากใน 3Q68 ที่ผ่านมามีบางธนาคารที่มีกำไรจากเงินลงทุนก้อนใหญ่จากการ Mark-to-market เงินลงทุนใน THAI สำหรับการดำเนินงานปกติแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มฯ อ่อนตัวลง YoY ตามแนวโน้ม NIM ที่อ่อนตัว แต่มีปัจจัยช่วยชดเชย คือ รายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ปรับตัวลง สำหรับแนวโน้มกำไร QoQ ที่ปรับตัวดีขึ้น มาจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ปรับตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และ NIM ของกลุ่มธนาคารใหญ่ที่เริ่มทรงตัวได้ หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงเล็กน้อย ยังเห็นการตั้งสำรองส่วนเกิน แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมค่อนข้างจำกัด. เราคาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของกลุ่มฯ รวมอยู่ที่ 53,688 ล้านบาท ดีขึ้น 1%QoQ แต่ลดลง 11% YoY โดยยังเห็นการตั้งสำรองส่วนเกิน (Management Overlay) อยู่ ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของธนาคารส่วนใหญ่อยู่ใกล้กรอบบนของเป้าหมายทางการเงินของแต่ละธนาคาร แต่โดยหลักเป็นหลักความระมัดระวังของธนาคารเพื่อรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคมากกว่า ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาคาดผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องจากใช้เวลาในการคลี่คลายสถานการณ์ไม่นาน และผลกระทบยังจำกัดแค่ในบางเขต เช่น ลาดกระบัง หนองจอก สวนหลวง บางกะปิ คันนายาว ฯลฯ ซึ่งหากเทียบเคียงกับน้ำท่วมหาดใหญ่ในปีก่อนที่ผลกระทบยาวนานและกระทบพื้นที่กว้างกว่า ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ของแต่ละธนาคารก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังต้องติดตามการระบายน้ำเหนือที่จะทยอยไหลมาผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่างในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจกระทบพื้นที่ต่ำลุ่มแม่น้ำบางส่วน ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์ซ้ำซ้อน (เช่น ฝนตกหนัก และน้ำทะเลหนุนสูง) คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เริ่มเห็น Upside หลังราคาหุ้นอ่อนตัว. ราคาหุ้นของกลุ่มฯ ปรับตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากช่วงก่อนหน้าราคาหุ้นของธนาคารส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นไปสูงเกินราคาเป้าหมายของเรา ทำให้ราคาหุ้นของธนาคารส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายของเรา ทำให้เริ่มเห็น Upside (โดยหลักมาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล) ทำให้เราปรับคำแนะนำของธนาคารส่วนใหญ่และคำแนะนำกลุ่มฯ เป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยมี BBL KTB SCB เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มฯ นักวิเคราะห์ :ธนภัทร ฉัตรเสถียรเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194e-mail : tanapat@trinitythai.com