| |||||||||||||||||
สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 3Q69 ฟื้นตัว QoQ: คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 อยู่ที่ประมาณ 12,300 - 13,000 ล้านบาท เติบโต 1.2 - 7% QoQ โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อและ NIM รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ กำไรจากเงินลงทุน (FVTPL) และเงินปันผลรับ (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
+ สินเชื่อเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคาร: คาดสินเชื่อใน 3Q69 จะเติบโตอีก 3% QoQ หนุนให้สินเชื่อสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) เพิ่มขึ้นเป็น 6.6% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร หลังสินเชื่อภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่กลับมาเติบโตได้ดี (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
+ คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นและ NPL มีแนวโน้มลดลง: การเติบโตของสินเชื่อส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมมีแนวโน้มลดลงจากระดับ 2.92% ใน 2Q69 หรือทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
+ ได้รับประโยชน์จากโครงการรัฐและ Investment Cycle: เป็นธนาคารที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ และวัฏจักรการลงทุน (Investment Cycle) รอบใหม่ รวมถึงการผ่านพ้นช่วงดอกเบี้ยขาลง (บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
+ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงสม่ำเสมอ: คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลระดับ 4.7 - 6% ต่อปี โดยคาดจ่ายปันผลปี 69 ที่ 2.10 บาท/หุ้น (Div. Yield 4.7%) และปี 70 ที่ 2.21 บาท/หุ้น (Div. Yield 4.9%) (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
+ แนวโน้มผลประกอบการรวมทั้งปีทรงตัวถึงเติบโต: ประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ไว้ที่ประมาณ 48,084 - 48,900 ล้านบาท (ทรงตัว ถึง เพิ่มขึ้น 1.4% YoY) โดยกำไรงวด 9M69 คิดเป็นราว 78% ของประมาณการทั้งปี พร้อมรักษาระดับ ROE ได้ที่ 10% (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
สรุปปัจจัยลบ- กำไรสุทธิ 3Q69 ลดลง YoY: คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ลดลง 11 - 16.1% YoY อยู่ที่ 12,300 - 13,000 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงใน 3Q68 ที่มีการ Mark-to-market เงินลงทุนก้อนใหญ่ รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การลดลงของกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน และการลดลงของ NIM (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
- แนวโน้มการตั้งสำรองส่วนเกินเพิ่มขึ้น: อาจเห็นค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ (ECL) เพิ่มขึ้นราว 6% QoQ เนื่องจากธนาคารและบริษัทลูกอาจตัดสินใจเพิ่มสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค และผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อลูกค้ารายย่อย (บล.ทรีนีตี้)
- ผลประกอบการ 4Q69 คาดว่าชะลอตัวลง: กำไรสุทธิงวด 4Q69 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ที่มักปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี (บล.ทรีนีตี้)
- ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและคุณภาพหนี้: มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาค และแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่อาจแย่ลง (บล.ทรีนีตี้)
- ส่วนต่างราคาเป้าหมาย (Upside) เริ่มจำกัด: ส่วนต่างราคาหุ้นจากราคาเป้าหมายเริ่มเหลือไม่มากนัก ทำให้คำแนะนำเน้นไปที่การทยอยซื้อหรือรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
.

