คณะรัฐมนตรีของจีนออกแนวทางเชิงรุกเมื่อวันอังคารเพื่อยกระดับภาคบริการของประเทศให้เป็นอุตสาหกรรมมูลค่า 100 ล้านล้านหยวน (14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 โดยวางปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือการเขียนโค้ดอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของยุทธศาสตร์ แผนนี้เน้นการขจัดอุปสรรคเชิงสถาบัน ส่งเสริมทั้งบริการผู้ผลิตและบริการผู้บริโภค พร้อมผลักดันแผนระดับประเทศ AI+ ผ่านซอฟต์แวร์เขียนโค้ดอัจฉริยะ การจัดซื้อโมเดลขนาดใหญ่ และชุดข้อมูลอุตสาหกรรมคุณภาพสูง
AI+ คืออะไรในแผนเศรษฐกิจจีน
เอกสารของคณะรัฐมนตรีระบุว่า จีนต้องการใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการยกระดับประสิทธิภาพของภาคบริการ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในวงกว้าง นโยบายดังกล่าวสะท้อนทิศทางที่รัฐบาลจีนพยายามผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าไปมีบทบาทในภาคเศรษฐกิจจริงมากขึ้น โดยเฉพาะในบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดการข้อมูล และการให้บริการแก่ผู้บริโภค
นโยบายนี้กระทบภาคบริการอย่างไร
การตั้งเป้าภาคบริการให้มีขนาดถึง 100 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2030 บ่งชี้ว่าจีนต้องการสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจในช่วงหลายปีข้างหน้า ผ่านการลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและเปิดทางให้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการ ขณะเดียวกัน การให้ความสำคัญกับ ซอฟต์แวร์เขียนโค้ดอัจฉริยะ และ โมเดลขนาดใหญ่ ยังสะท้อนว่าจีนมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทดลอง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ
อีกส่วนสำคัญของแนวทางนี้คือการจัดหา ชุดข้อมูลอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI และการใช้งานเชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจช่วยให้ระบบอัจฉริยะมีความแม่นยำและตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้มากขึ้น แม้เอกสารไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงปฏิบัติทั้งหมด แต่ทิศทางโดยรวมชี้ว่า จีนกำลังวาง AI ให้อยู่ใจกลางของการยกระดับภาคบริการและเศรษฐกิจดิจิทัล
สิ่งที่นักลงทุนและผู้ติดตามนโยบายควรจับตา
สำหรับผู้ติดตามเศรษฐกิจจีน แผนนี้สะท้อนทั้งมุมมองเชิงนโยบายและโอกาสเชิงธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI เทคโนโลยี และภาคบริการในจีน ความคืบหน้าต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดการนำไปใช้จริง การสนับสนุนจากภาครัฐ และความสามารถของอุตสาหกรรมในการปรับตัวให้สอดรับกับแนวทาง AI+ ที่รัฐบาลผลักดัน
ที่มา Caixin